โตเกียว อากิบาฮาระ

posted on 26 Nov 2006 08:57 by itgroup in JP-Tokyu

โตเกียว ..ฉันมาแล้ว

กลับจากเกียวโต วันรุ่งขึ้นก็เก็บข้าวเก็บของ เตรียมตัวไปโตเกียว
เมืองหลวงของญี่ปุ่น เมืองที่ครองสถิติโลกหลายๆ อย่าง
ผู้คนอยู่กันแออัดที่สุด ที่ดินแพงที่สุด ค่าเช่าห้องแพงที่สุด มีคนฆ่าตัวตายเยอะที่สุด เก็บภาษีได้มากที่สุด มีรถไฟมากที่สุด มีสาวเมดมากที่สุด ยอดมนุษย์เยอะที่สุด มีสัตว์ประหลาดบุกบ่อยที่สุด มีฐานทัพใต้ดินเยอะที่สุด


ก่อนไปผมได้คุยกันเยาวชนชาวเคนยา ที่มาพักด้วยกันที่โอซาก้า ชื่อนาซิส (สูงเกือบสองเมตร ล่ำสัน หน้าตาคล้ายๆ ชาคิล โอนิล ชอบถอดเสื้อโชวหุ่นสะท้านใจรีดผ้า)
เขาบอกว่า การมาญี่ปุ่นของเขาครั้งนี้ สิ่งที่เขาต้องการชมมากที่สุด คือต้องการไปโตเกียว เขาต้องการดูว่าเมืองที่มันเจริญรุ่งเรืองขนาดนี้มันเป็นยังไง
ซึ่งต่างจากผมเล็กน้อยที่ผมอยากดูอะไรที่มันเป็นศิลปวัฒณธรรม เช่น นินจา ซามูไร เกอิชา ปราสาทราชวัง
อาจจะเป็นเพราะว่า เคนยา และประเทศแถบแอฟริกาไม่มีสิ่งก่อสร้างอะไรที่เป็นมรดกเชิงวัฒณธรรมอย่างวัดเก่าวังเก่าของเรา เขาจึงไม่สนใจจะมาดูของชาติอื่น
สุดท้าย นาซิส ทิ้งท้ายด้วยคำพูดว่า Tokyu ..Here we come

ผมและคณะออกเดินทางด้วยซินคันเซนในวันรุ่งขึ้น เป็นรุ่นโนโซมิ ที่แพงที่สุดและเร็วที่สุด ค่าโดยสารเที่ยวละประมาณ 4000 บาทไทยต่อคน(ไจก้าออก) เป็นรถไฟที่เร็วที่สุดในโลกก็ว่าได้ เร็วกว่าเครื่องบินเพราะไม่เสียเวลาตอนเทคออฟและแลนด์ดิ้ง



โอซาก้าไปโตเกียวประมาณเกือบ 800 กม พอกะกทม ไปเชียงใหม่ ซินคันเซนวิ่ง 3 ชม ครึ่งความเร็วเฉลี่ย 250 กม /ชม
ก่อนออกมีการโฆษณาว่า ตั้งแต่เปิดให้บริการมา ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุเลย ยกเว้นจากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ และก็อตซิลล่าเท่านั้น

รถไฟนับเป็นเส้นเลือดสำคัญของการทำธุรกิจในญี่ปุ่น เป็นการขนส่งมวลชนที่ประหยัด รวดเร็ว ตรงเวลา และเป็นสาเหตุหนึ่งทีทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นก้าวหน้า

ก่อนไปต้องซื้อข้าวกล่องไปกินในรถซะหน่อย

ข้าวกล่องปลาแซลมอนย่างเกลือ 800 เยน ชาเขียวอีก 150 เยน (ไจก้าออกให้)

เปิดออกมาเป็นยังงี้
มีปลาชิ้นนึง ไก่ทอด ลูกชิ้นเนื้อนกทอด ผักต้ม ผักผัด ผักดอง ที่จะขาดไม่ได้คือลูกบ๊วย แก้เลี่ยนดีมาก
ของหวานเป็นแปะก๊วย


ในซินคันเซนสะดวกสบายมาก ยังกะเครื่องบินเฟริสคลาส รถวิ่งไวมากจนมองวิวไม่ค่อยจะได้ และบางครั้งที่ลงเนินก็ทำเอาหูอื้อ มาหลายครั้งที่วิ่งลอดอุโมงคทีละนานๆ
ระยะทางเกือบ 800 กท หยุดสถาณีโยโกฮามะที่เดียวเท่านั้น นอกนั้นควบตลอด พอผ่านชิสุโอกะ มองหาฟูจิซังกันแทบแย่ ก็ไม่เจอเพราะเมฆบัง
ล่ามบอกว่า ถ้าวันไหนอากาศหนาว ฟ้าจะใส จะเห็นชัดเจน ที่เรามานี่อากาศอุ่น เลยไม่เห็น

รถวิ่งไวมากจนมองวิวข้างทางได้ยาก

พนักงานบริการบนรถจ้า ยังกะแอร์โฮสเตส

มาถึงโตเกียวในที่สุด
ลงที่สถานีโตเกียว ที่นับเป็นสะดือของเมือง คนเยอะชิกไห มีรถไฟเป็นสิบสายบนดินมั่งใต้ดินมั่งกระจุกอยู่ที่นี่ พอออกมาแล้วเขาก็ต้อนไปขึ้นรถ
อากาศโตเกียวร้อนกว่าโอซาก้า รถไม่ค่อยมาก คงเป็นเพราะมาตอนบ่ายสองกว่าๆของวันจันทร์ จุดเด่นที่เห็นคือ เขาทำทางเดินได้ดีมาก ทางดีและมีระดับราบเรียบเสมอกันไม่ต้องขึ้นหรือลงเลย คิดว่าคงเพื่อสำหรับคนพิการปและคนแก่ที่ใช้รถเข็น ผมสามารถลากกระเป๋าของผมตั้งแต่รถไฟไปถึงรถบัสได้โดยไม่ต้องหยุดยกขึ้นหรือหย่อนลงเลย

นั่งรถบัสสัก ชม หนึ่งก็ถึงไจก้าโตเกียว ระหว่างทางผ่านวังจักรพรรดิ(รายละเอียดอ่านใน X พลังล้างโลก) ปราสาทเอโดะ (รายละเอียดอ่านในจอมคนขุนพลเงา) ประตูฮันโซมง(รายละเอียดอ่านในฮันโซ ยอดนินจา) โรงละครคาบูกิโจ(รายละเอียดอ่านในเรื่องอาจารย์เฮี้ยวเปรี๊ยวเซ็กซี่) อาคารนิฮงบุโดกัง (ที่คินนิคุแมนมาแข่ง) และมหาวิทยาลัยโตเกียว หรือโตไดด้วย (รายละเอียดอ่านในเลิฟฮินะ)


ถนนหนทางในโตเกียวนั้น ไม่กว้าง ย้ำว่าไม่กว้าง ไม่มีถนนไหนมีขนาดเท่าถนนราชดำเนินเลย ยิ่งตรอกซอกซอยและยิ่งแคบไปใหญ่ และมีเนิน มีสโลบอยู่ทั้งเมือง ล่ามบอกว่า โตเกียวมีเนินกว่า 200 เนินอยู่ทั่วไป
นี่ก็เป้นเรื่องที่ประหลาดมากสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นราบอย่างผม ที่โอซาก้าก็ว่าไปอย่าง นั่นมันเมืองภูเขา แต่นี่คือโตเกียว ยังมีเนินเยอะขนาดนี้

เช็คอินเรียบร้อย ต่อไปก็ออกเที่ยว เป้าหมายแรกเลยคือ อากิบาฮาระ เป็นเป้าหมายที่ผมล็อคไว้ก่อนออกเดินทางจากเมืองไทยแล้ว


เพื่อนๆที่ไปถามว่า ที่นั่นมีอะไร
ผมก็ตอบไม่อายว่า มีนาฬิกาและเครื่องไฟฟ้าราคาถูกที่สุด มีมือถือและไอพอดรุ่นใหม่ๆ เหล่าผองเพื่อนได้ยินก็หูผึ่งรีบชักชวนกันไป

ก็ใช่แหละครับ ถ้าผมบอกว่ามันเป็นย่านการ์ตูน โมเดล คาจาปอง คอสเพลย์ มีเมดคาเฟ่ ใครมันจะอยากไปกับผม

Akibahara

ขึ้นรถไฟ JR จากอิชิกายะ แปปเดียวก็ถึงอากิบาฮาระ มองจากบนสถาณีรถไฟที่ยกสูง ก็เห็นแสงสีและร้านโยโดบาฉิ อากิบะ อยู่ใกล้ๆ

ย่านอากิบาฮาระเป็นสุดยอดแห่งย่านขายคอมพิวเตอร์ เครื่องไฟฟ้า ชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ และได้ผนวกความเป็นแหล่งรวมสินค้าการ์ตูน มังงะ อนิเมชั่น คอสเพลย์ เข้าไว้ด้วย

อันนี้ใช้ตึกกระจกเป็นจอฉายภาพโฆษณา เครื่องฉายอยู่บนยอดตึกตรงข้าม

ร้าน ลาออกซ์ สุดยอดร้านขายเครืองใช้ไฟฟ้า ไอพอด มือถือ และกล้องที่นี่ราคาถูกกว่าเมืองไทยอยู่ 30-40% ชาวไทยซื้อหากลับบ้านกันเป็นอันมาก ผู้นำในการซื้อไอพอดคือ รุ่งซัง รุ่งซังผู้นี้เป็นมือสรางสื่ออันดับหนึ่งของกลุ่ม แกสามารถจะตัดต่อภาพ สร้างภาพเคลื่อนไหว ใส่เพลงประกอบ ในเวลาอันน้อยนิดออกมาเป็นสไลด์โชว์ที่ดูหรูหราปาจิงโกะมาก เอาไปฉายในงานต่างๆ ทั้งไทยและญี่ปุ่นเรียกเสียงหัวเราะและน้ำตามานักต่อนักแล้ว

ร้านลาออกซ์ เจ็ดชั้นขายเครื่องไฟฟ้าเสียเกือบหมด ยกเว้นชั้นบนที่ขายของที่ระลึกราคาดูแล้วไม่แพง แต่ซื้อแล้วแบกกลับไปไม่ได้เท่านั้นเอง

ร้านขายดีวีดีหนังการ์ตูน และเกม ชั้นล่างเป็นหนังการ์ตูน ชั้นบนเป็นหนังผู้ใหญ่ห้าชั้นรวด

ร้านนี้ขายชุดคอสเพลย์ทั้งร้านห้าหกชั้นอีกเช่นกัน

ร้านเกมเมอร์ส แหล่งรวมความบันเทิงของวัยรุ่นญี่ปุ่น และแพร่ระบาดไปถึงเมืองไทยด้วย การ์ตูน เกม ของเล่น พลาสติกโมเดลรุ่นใหม่ที่สุดหาได้ที่นี่ ร้านนี้ได้ดีไซน์คาแรกเตอร์ "ดิจิคารัท" เป็นรูปสาวน้อยใส่ชุดเมดมีหูแมว เพื่อใช้โปรโปมทร้าน จนโด่งดังกลายเป็นการตูน อนิเมชั่น และเกมสามสี่ภาค

หน้าร้านครับ ในร้านห้ามถ่ายรูป บอกได้แต่ว่าของเยอะมากๆ

ขายทุกอย่างที่โอตาคุต้องการ

ของฝากจากอากิบาฮาระ "โอเด้งจัง" กระป๋องอาหารยังชีพสำหรับหนึ่งคน เปิดแล้วแปะลงไปบนข้าวให้สารอาหารและพลังงานเพียงพอสำหรับหนึ่งวันราคาสองร้อยห้าสิบเยน นับว่าถูกมากในโลกที่ราเม็งชามละ 500 เยน เหมาะมากสำหรับโอตาคุที่มีเวลาและงบกประมาณจำกัด

หน้าร้านขายหนังผู้ใหญ่และเซ็กชอบปุในอากิบาฮาระ

ร้านขายหนังแบบให้เช่าดูในร้าน มีทั้งหนังปกติ หนังชนโรง วีดีโอคอนเสริต ละครทีวีและหนังผู้ใหญ่ เป็นห้องเล็กๆ มีโซฟาให้นั่งดูในร้าน เครื่องเสียงอย่างดี ค่าใช้บริการก็ไม่แพง สองชม. พันเยนหยิบหนังด้านล่างไปลงทะเบียนแล้วหิ้วขึ้นไปที่ห้อง ขาลงมาจ่ายค่าห้องแล้วเช็คหนังคืนก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง

จบวันแรกในโตเกียวที่ร้านแถวๆ หน้าไจก้าโตเกียว ทงคัทสึอุด้งราคา 550 เยนกินแล้วหูตาสว่างอบอุ่นไปทั้งตัว ซื้อด้วยการหยอดเหรียญ ร้านนี้เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงเช่นกัน

Comment

Comment:

Tweet

ขออนุญาติ นำข้อมูลไปใช้ในรายการนะครับผม

#7 By Otakuman!! on 2009-10-15 10:52

อยากไปโคตรๆ-0-Hot!

#6 By tama on 2008-06-07 20:12

น่าสนใจมากๆค่ะ เขียนได้แบบ อ่านแล้วเหมือนได้เที่ยวไปด้วยเลย

#5 By Ms Santa Claus on 2007-12-06 11:11

แง๊ ๆ ทำมัยตอนเราขึ้น shinkansen ไม่เห็นมีคนมาบริการหน้าตาจิ้มลิ้มอย่างงี้เลยน๊อ ... ได้ขึ้นแค่ 2 ป้ายเอง พอให้ได้รู้ว่ามันวิ่งนุ่ม ไม่มีกึ๊กกัก กึ๊กกัก แบบบ้านเรา ... ราคาตั๋ว ...โหวววว คิดเป็นเงินไทย พันกว่าบาท ...

2 ป้ายใช้เวลา 20 กว่านาที ถึงปลายทางต้องรอรถวิ่งมารับกว่า 2 ชม. ... อืม ของเค้าดีจริง ๆ

#4 By *~ Love is all around ~* on 2006-12-19 14:10

นิดนุงนะคะ ที่นี่ชื่อ อะกิฮะบะระ เรยกย่อว่า อะคิบะ น่ะค่ะ

#3 By WoOn-WoOn on 2006-12-19 06:23

อุด้งซื้อด้วยการหยอดเหรียญเหรอครับ!?
โอ้ว อยากไปลองกินดูสักครั้ง

#2 By r i j e -[a x k i z e l] on 2006-12-14 16:45

METI จ้า ไม่ใช่ MITI (Ministry of Economy Trade and Industry)

เขียนได้มันส์อ่านเพลินดี

#1 By ปุย (203.181.20.246) on 2006-11-30 11:03