โตเกียวดิสนีย์แลนด์

กลับจากงานสัมมนาที่ชิสึโอกะ เรากลับมาสู่โตเกียวอีกครั้ง วันนี้เป็นวันจันทร์ และเป็นวันหยุด

หมายเหตุ : เยาวชนไทยจะต้องเข้ารับหารอบรมหรือไม่ก็ทำกิจกรรมตลอดทุกวัน จะมีวันว่างสัปดาห์ละหนึ่งวัน อย่างที่โอซาก้า ว่างวันอาทิตย์ ผมก็ใช้วันว่างไปลุยเกียวโต มาคราวนี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะเอาวันว่างไปลุยโตเกียว จะไปวังจักพรรดิ พิพิธภัณฑ์สถาณแห่งชาติโตเกียว พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ไปดูเมืองจำลองเอโดะ ไปดูซามูไร นินจา เกอิชา ฮาราคีรี ไปเที่ยวหอโตเกียว ไปสวนสัตว์อุเอโนะ กับอีกมากมาย แต่ว่า ของที่ว่ามาข้างต้นทั้งหมดนี้หยุดวันจันทร์ ...โอ พระเจ้าโจจิ มันแย่มาก

ดังนั้น ผมจึงโดนไฟทบังคับว่า ต้องไป "โตเกียวดิสนีย์แลนด์" กับผองเพื่อน เป็นไม่กี่ที่ที่เปิดวันจันทร์ และใบบัวซังซึ่งกระดี๊กระด๊าอยากไปมากก็บอกผมว่า "วันจันทร์ ต้องคนน้อยแน่ๆ เลย"

เอา เอา เอาไงก็เอา ไม่เจอซามูไร นินจา ไปเจอพี่มิกกี้เมาส พี่โดนัลดั๊ก ลุงกุฟฟี่ ก็ได้ฟะ

วันนี้ผมไปกับกลุ่ม Thailand Teen Trio หรือ TTT นะครับ เรียกง่ายๆประสาคนไทยว่าแก๊งสามช่า ประกอบด้วยสมาชิกดังนี้

สามคนนี้จะร่วมทีมกับผมลุยดิสนีย์แลนด์ตลอดทั้งวันนี้นะครับ

ก่อนที่จะไปดิสนีย์แลนด์ เราเห็นว่ามีเวลาถมเถ ปิดสี่ทุ่ม น่าจะเล่นได้ทุกอย่าง ดังนั้นจึงใช้เวลาช่วงเช้าไปชอปปิ้งที่ สถานีโอกาฉิมาฉิ ขึ้น JR จากอิชิกายะไปแปปเดียว

โอกาฉิมาฉิ อยู่เลยอากิบาฮาระไปสถานีเดียว ย่านรอบๆ เป็นแหล่งชอปปิ้งที่ไม่ค่อยจะหรูหรานัก สินค้าราคาถูกและส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ของแฟชั่นไม่ค่อยจะมีเท่าไร

ตึกม่วง หรืออาคารทาเคยะ ออกจากโอกาฉิมาฉิ ตึกขายสินค้าปลอดภาษี มีทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบยามาโมโต้ ตั้งแต่เสื้อผ้าเครื่องสำอาง ผักผลไม้ เครื่องดองของเค็ม ปลาปูกุ้งหอย ของฝากเล็กๆน้อยๆ นาฬิกาแว่นตาไอพอด เครื่องไฟฟ้า ทีวีตู้เย็น กระทั่งรถเข็นเด็กหรือวีลแชร์ก็ยังมี

ผมได้นาฬิการาคา 5000 เยนจากที่นี่ไปฝากป๊ะป๋าของผม โต้งซังและเอ้ซังก็ได้ของฝากที่บ้านจำนวนมากๆ เริ่มที่ร่มพับได้ พับเหลือนิดเดียว ชุดแต่งหน้าของแพนที่ราคาถูกกว่าเมืองไทยเยอะ เอ้ซังได้นาฬิการาคา 800 เยนจำนวนมากไปฝากเด็กๆ น้องๆ หนูๆ ส่วนเปี๊ยกซังได้นาฬิกาเรือนงามราคา5000 เยน มีตั้งสี่ห้าเข็ม เจ้าตัวชอบใจมาก ยกขึ้นมาดูเวลาบ่อยๆ

แผนกเครื่องไฟฟ้าจ้า

แผนกเครื่องสำอาง มีของแปลกๆ เช่น กรรไกรดัดขนตา เครื่องถ่างปากให้สวยได้รูป

เสร็จจากการซื้อของฝากประมาณเที่ยง เราก็นั่งรถใต้ดินไปสถานีโตเกียวใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนรถไปสถานีดิสนี่แลนด์เลย อันนี้เกือบๆชั่วโมงได้ เพราะป้ายหลังๆห่างกันมาก แล้วออกมาชานเมือง รถใต้ดินขึ้นมาวิ่งบนดิน เห็นวิวของอ่าวโตเกียวสวยงาม

โตเกียวดิสนีย์ซี

เมื่อเห็นอ่าวโตเกียวไม่นาน ปราสาทดิสนียก็ปรากฏตรงหน้าเรา มองแต่ไกลดูอลังการมาก แทบจะอุทานออกมาว่า "ซือโกย" หรือ สุดยอด !

ลงสถาณีรถไฟ ที่หน้าดิสนีย์แลนด์รีสอรต มีโรงแรมและสวนสาธารณะสำหรับมานอนค้างเที่ยวสวนสนุกกันเลย มีรถไฟฟ้าวิ่งรอบลงสี่ป้าย คือดิสนี่รีสอร์ต ดิสนี่ย์แลนด์ ดิสนี่ย์ซี และดิสนีย์ลากูนเราเลือกไปเที่ยวดิสนีย์ซี เพราะว่าเครื่องเล่นใหม่กว่าและไม่ซ้ำกับที่อื่น บางคนเช่นเอ้ซัง เคยไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่อื่นมาแล้วและดูจากโบชัวร์ดิสนีย์แลนด์ที่นี่ก็คล้ายที่อื่น

เอา ไปกันโบราณว่าผีมาถึงป่าช้าแล้วก็ต้องเผา ดิสนีย์ซีก็ดิสนีย์ซี ขึ้นรถไฟกันเลย

ในรถไฟดิสนีย์ หน้าต่างเป็นรูปหูมิกกี้เมาส

รถไฟดิสนีย์ เสียตังด้วยนะ ราคา 200 เยน ลงดิสนีย์ซี ไปที่ลอคเกอร์ฝากของหยอดเหรียญ วันละ 500 เยน ยังไม่ทันเข้าไปโดนไปแล้วครับ 700 เยน เอา ยอมมัน

ในภาพเปี๊ยกซังหน้าตาไม่สดใสเพราะเซ็งที่ลืมชาร์จแบตกล้อง เอ้ซังว่าไม่เป็นไรเอาของเขา ปรากฏว่าเอ้ซังลืมเคลียร์เมมโมรี่ โอเคๆ ยังมีของผมกับโต้งซังน่อ

ไปตีตั๋ว เวลาเกือบบ่ายสองแล้ว ตั๋วราคา 5800 เยน แพงอะ แต่เอาเหอะครั้งเดียวในชีวิต ให้คนใส่ชุดมิกกี้เมาส์มันหลอกสักทีนึง

พอตีตั๋วแล้ว เข้าไปข้างในเห็นโลกลูกเบ้อเริ่ม ธรรมดาชายชาตรีทุกคนล้วนอยากจะเป็นจ้าวโลกสักครั้งหนึ่งในชีวิต เลยถ่ายกันมาคนละรูปก่อนจะรู้ว่ามันเป็นด้านหลัง ด้านหน้ามีบันไดและซุ้มให้ถ่ายอีกเยอะ เอาๆ ไม่ถ่งไม่ถ่ายมันละเข้าเลยดีก่า

พอเข้ามาก็เริ่มรู้สึกว่าคุ้มตังแล้ว เป็นทางเดินยาวๆเข้าสู่ปราสาท สร้างได้ยิ่งใหญ่มากมาก เหมือนกับฉากจบของการ์ตูนดิสนีย์หลายๆเรื่องที่มีการแห่ตัวเอกเข้าเมือง มีเสียงปู๊นๆ ด้วยนะเออ

ลอดช่องประตูที่เห็นเข้าไป เป็นร้านขายของที่ระลึก หลุดอกไปพบกับเมืองชายทะเลที่จำลองจากอเมริกาช่วงยุค 80 เท่ชะมัด ทะเลสาบใหญ่ตรงกลาง กับเมืองท่ารอบๆ ไกลไปมีภูเขาไฟกำล้งพ่นควัน งามมากครับ บ้าพลังมาก

เอาละ เราเริ่มเล่นกันดีกว่า รายละเอียดของเครื่องเล่นผมจะไม่สปอยละครับ เดี่ยวท่านที่ไปจะขาดความตื่นเต้นไปเปล่าๆ

โดยสรุปแล้ว ในความคิดของผม ที่นี่เติมเต็มความฝันในวัยเด็กของผมได้มากมาย เกือบทุกเครื่องจะเป็นของที่ทำให้ผมนึกถึงการ์ตูนหรือหนังที่เคยดูในวัยเด็ก บางเรื่องก็เป็นหนังอมตะ เช่น สตาร์วอร อินเดียนาโจนส์ (ดิสนีย์จับมือกับลูคัสอาร์ตแล้วน่ะ) บางทีก็เป็นหนังสือนิทาน การได้เห็นของพวกนี้เป็นรูปธรรมเป็นการกระตุกความทรงจำพวกนี้ออกมาจากสมอง

เริ่มที่อันนี้เลย ผมเคยดูมันในชื่อของ "การเดินทางสู่ใจกลางโลก" เป็นการ์ตูนสมัยผมเด็กๆ จำได้ว่าดูรู้เรื่องมั่งไม่รุเรื่องมั่ง แต่ตื่นเต้นมาก

ในเรื่องเขาใช้เครื่องจักรหน้าตายังงี้เจาะลงไปครับ พลังไอน้ำด้วยนะเออ

ที่นี่สร้างภูเขาขึ้นมาทั้งลูกเลย เจาะด้านในเป็นที่สำหรับเครื่องเล่น

วังของนางเงือกน้อย (ลิตเติ้ลเมอร์เมดครับ)

เรือนอติลุส ของกับตันนีโม (ใต้ทะเล 20000 โยชน์)

นครแบกแดด ของอาลาดิน

วิหารเทพแอซแทค ของอินเดียน่าโจนส์

เครื่องเล่นใหม่ล่าสุดครับ เทาวเวอร์ ออฟ เทอเรอร์ หอคอยแห่งความหวาดกลัว เข้าคิวนานมากกว่าจะได้เล่น แต่คุ้มครับ เล่นเอาหลังเกือบหัก

อาหาร พนักงาน และคอนเซ็ปต์

จุดที่ผมประทับใจมากคือ ในดิสนีย์ซีแห่งนี้ มีการแบ่งเป็นโซนๆ เช่น โซนอเมริกา โซนใต้ทะเล โซนเกาะมหาภัย โซนท่าเรืออาหรับ พนักงานแต่ละโซนจะแต่งเครื่องแบบเข้ากับคอนเซ็ปต์ของโซนนั้นๆ และพนักงานหน้าตาดีๆ มีมากจริงๆ นับเป็นเรื่องแปลกที่หาพนักงานน่ารักๆขนาดนี้มาได้มากมาย

พนักงานที่ประจำภูเขาไฟ แต่งชุดทหารเฝ้าฐานขุดเจาะ เหมือนในการ์ตูนเปี๊ยบ กระตือรือร้นตลอดเวลา

กล่องที่เห็นนี่ คือกล่องลงทะเบียนจองเครื่องเล่น ระบบของที่นี่คือ เมื่อตีตั๋วเข้ามาจะได้บัตรมาใบนึง บัตรใบนี้สามารถนำไปลงทะเบียนตั๋วจอง หรือ Fastpass ได้ จะทำการจองให้เราสามารถลัดคิวเข้าไปเล่นเครื่องเล่นได้เลย ถ้าวางแผนดีๆ จะต้องเข้าคิวเล่นน้อยมาก เช่น ไปเล่นภูเขาไฟ ก่อนเล่นวิ่งไปที่อินเดียน่าโจนส เอาบัตรลงทะเบียนไว้ โดยการจิ้มเข้าไปในตู้ Fastpass จะได้ตั๋วออกมาระบุเวลาที่เล่นได้ ปรากฏว่าได้เวลาอีกสองชม ก็เล่นภูเขาไฟ ออกมาเหลือเวลาอีกชั่วโมง ไปเข้าคิวเข้าวังนางเงือก ออกมาก็ไปอินเดียน่าโจนส์ได้พอดี ไปถึงจะมีแถวปกติกับแถว Fastpass ยื่นบัตร Fastpass แล้วเดินเข้าไปเลย แซงคิวได้บานเบอะ

ตู้ Fastpass จะแตกต่างกันไปตามคอนเซ็ปต์เครื่องเล่น ที่เห็นนี่ทำเป็นรูปเป็นลังสัมภาระของอินเดียน่าโจนส์ก่อนสำรวจวิหารแห่งความตาย

ร้านอาหารก็แต่งและมีเมนูอาหารเข้าคอนเซ็ปต์เช่นกัน เช่นของอินเดียน่าโจนส์ ก็ทำเหมือนกับเป็นร้านที่ตั้งในที่พักนักเดินทางกลางป่า เมนูก็มีไส้กรอกชาวป่า เนื้อย่างสไตล์ชาวป่า อะไรทำนองนี้

โชว์อลังการที่ดิสนีย์ซี

พอเข้าไป ยังไม่ทันจะได้เล่นอะไร เวลาบ่ายสองโมงก็มีโชว์ตรงทะเลสาบตรงกลาง ชื่อโชว์คือ Legend of Mythica ผมได้ยินชื่อแล้วก็สนใจ ประกอบกับมันเป็นโชวที่มีวันละครั้งเท่านั้น ต้องน่าดูแน่ๆ เลย เลยชวนแก๊งสามช่าว่า อย่าเพิ่งเล่นอะไรเลย ดูโชวก่อนเถอะ

เป็นการโชว์เรือครับ ตอนแรกทีเรือดิสนีย์ตลกๆ ออกมาก่อนสี่ลำ คือ มิกกี้เมาส กูฟฟี่ โดนัล ชิบแอนด์เดล เล่นโชว์ตัวไปมาพูดทักทายคนดู ผมก็ดูไปเรื่อยๆ พอสักพักเพลงเปลี่ยนจังหวะ แล้วขบวนเรือพวกนี้ออกมาพร้อมซาวด์เอฟเฟคกระหึ่ม ทำเอาตะลึงไปเลย (ไม่รู้มันซ่อนลำโพงไว้ที่ไหน แต่ว่าอยู่ที่ไหนก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงดังเท่ากัน)

บนเรือแต่ละลำมีสาวงามมากมาย งามจริงๆ ครับซูมดูแล้วหน้าตาดีทุกคน แล้วออกแอค ชั่นกันสุดๆ ที่เต้นระบำก็เต้น ที่ตีกลองก็ตี ที่ตีลังกาก็หมุนไปมาไม่หยุด โดยเฉพาะเจ้าตัวหัวหน้าของเรือ คือราชาม้าบิน พ่อมดมังกร จ้าวสมุทร และลอร์ดออฟเฟลม ก็ออกฤทธ์กันน่าดูมาก ร่ายเวทย์บ้าง ทำน้ำพุบ้าง พ่นไฟบ้าง ดูแล้วอลังการบ้าบอมากครับ

ลำแรก เรือเปกาซัส ม้ายกขาหน้าเผ่นโผนโจนทะยานได้ กระพือปีกแล้วยกตัวขึ้นเหมือนจะบินได้ด้วย


ลำที่สอง เรือมังกร ผมโชคดีที่อยู่ตรงทางเข้าออกเลยสามารถถ่ายใกล้ๆ ได้
ตัวมังกรขยับขึ้นลงได้ ลูกแก้วส่องแสงสว่างได้ สว่างมากทั้งที่เป้นเวลาบ่ายสองโมง
มังกรพ่นควันเป็นระยะ นานๆ ก็พ่นไฟสักที

ลำที่สาม เรือซีเซอร์เพนท์ของจ้าวสมุทร ลำนี้พ่นน้ำเป็นว่าเล่น หัวของซีเซอร์เพนท์จุ่มลงไปในน้ำได้ แล้วพ่นน้ำออกมารอบเรือ จ้าวสมุทรใช้สามง่ามสั่ง