ฮิโรชิม่า -อณุสรณ์สถาณเพื่อสันติภาพ

จากโตเกียว ที่มาดูงานด้านไอทีเป็นหลัก เป้าหมายต่อไปของเราคือ ฮิโรชิม่า

ปลายทางของเราอยู่ที่ เมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า "โชบาระ" เป็นเมืองเกษตรกรรม ที่มีประชากรไม่มากนักเป้าหมายของที่นี่คือ การศึกษาวัฒณธรรมของชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะการโฮมสเตย์ ที่จะได้สัมผัสชีวิตชาวญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน

ฮิโรชิม่าอยู่ห่างจากโตเกียวค่อนข้างมาก เรียกว่าเลยโอซาก้าไปอีก เรานั่งซินคันเซ็นกลับไปทางเดิม ผ่านโยโกฮามะ โอซาก้า และฮิโรชิม่า ใช้เวลาสี่ชั่วโมงกว่า นานกว่าขาไปชั่วโมงกว่าๆ ได้

เมื่อลงจากซินคันเซ็น ก็พบว่า ฮิโรชิม่าเป็นเมืองไม่ใหญ่นัก เทียบกับโอซาก้าและโตเกียวแล้วก็นับได้ว่าเป็นเมืองเล็ก ถ้าเทียบโตเกียวเป็นกรุงเทพ โอซาก้าเป็นเชียงใหม่หรือโคราช เกียวโตเป็นอยุธยา ฮิโรชิม่าก็จะประมาณอุทัยธานี หรือไม่ก็ราชบุรี

ปราสาทฮิโรชิม่า หรือ ฮิโรชิม่า โจ

ที่ฮิโรชิม่านี้มีรถรางด้วย วิ่งเลนกลางถนนเลยป้ายอยู่บนเกาะกลางถนน เป็นที่แรกที่เห็นรถราง

จากสถาณีรถไฟฮิโรชิม่า เดินทางไม่นานก็ถึง อณุสรณสถาณเพื่อสันติภาพแห่งฮิโรชิม่า

คงจะจำกันได้นะครับว่า ที่นี่เป็นที่ที่ถูกทิ้งระเบิดปรมาณูเป็นที่แรกของญี่ปุ่น และที่แรกของโลก ลูกที่สองทิ้งลงที่นางาซากิ และเป็นเหตุแห่งการสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่สอง

ผู้บรรยายกำลังบรรยายสภาพเมืองที่เสียหายเมื่อถูกทิ้งระเบิด

สีแดงคือรัศมีคลื่นช็อค สีเหลืองคือรังสีความร้อน วงนอกๆ คือแรงสะเทือนและกัมมันตรังสี

ขอบอกท่านผู้อ่านเลยว่า ที่นี่เป็นที่แรกที่ผมบ้าบอไม่ออก ปล่อยมุขแทบไม่ได้เลยเพราะว่าบรรยากาศมันเศร้ามากๆ เขาพยายามจะจัดให้ผู้ชมเกิดอารมณ์ร่วมได้เต็มที่

พอเข้ามา เขาแจกหูฟังที่ติดกับเครื่องเล่นให้ แล้วให้เดินไปตามจุดในแผนที่ และกดเทปเสียงฟังตามเบอร์ จะมีเสียงบรรยายมาให้ฟัง มีสารพัดภาษา แน่นอนว่าภาษาไทยก็มี

ประเด็นความขัดแย้งในตัวผมตอนที่ชมพิพิธภัณฑ์นี้คือ ก่อนมาที่นี่ ผมได้ทราบมาว่า การใช้ระเบิดปรมาณูนี่เป็นการตอบโต้ ญี่ปุ่น และเป็นการยุติสงครามเพื่อลดความสูญเสียของทั้งสองฝ่าย ใจผมเคยคิดว่า อเมริกาไม่ได้ทำผิดอะไรที่ทิ้งระเบิดลงไป ขึ้นชื่อว่าสงครามแล้วไม่มีข้อห้ามในการรบอยู่แล้ว ระเบิดปรมาณูร้ายแรงและทำให้คนตายมากก็จริง แต่ก็คืออาวุธที่รุนแรงกว่าปกติเท่านั้น เมื่อมองในฐานะอาวุธแล้ว คู่สงครามที่มีอาวุธที่ดีกว่า ก็ย่อมมีความชอบธรรมที่จะใช้มัน

เมื่อมาดูที่อณุสรณสถาณเพื่อสันติภาพแห่งนี้แล้ว เขามีวิธีการนำเสนอที่ชักจูงใจผมได้ และประเด็นสำคัญคือสาเหตุในการใช้ระเบิด และการเลือกเป้าหมายก็แตกต่างจากที่ผมได้เคยทราบมา ผมก็ทราบดีว่าเป็นการมองจากมุมมองของประเทศที่ถูกทิ้งระเบิด แต่ก็สั่นคลอนความเชื่อมั่นแต่เดิมของผมไปได้บ้าง

ภายในจัดแสดงของหลายอย่าง ผมจะขอไม่เอาสิ่งที่จะให้ท่านผู้อ่านสลดใจมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

โปสเตอร์ของทางการในระหว่างสงคราม ขวาคือชักชวนให้ประชาชนรับใช้ชาติ ซ้ายเป็นการเรียกเกณฑ์โลหะเพื่อในในกิจการของรัฐ

พันธบัตรที่ออกให้เพื่อทดแทนสิ่งของที่กองทัพเอาไปใช้

นาฬิกาข้อมือที่ค้นพบในซากปรักหักพัก หยุดเดินบันทึกเวลาระเบิดเอาไว้ เวลา 8 นาฬิกา 15 นาที

ที่มาที่ไปของการทิ้งระเบิด แตกต่างจากที่ผมศึกษามาอยู่ไม่น้อย

แบบจำลองเมืองก่อนระเบิด

แบบจำลองเมืองหลังระเบิด

หนังสือเรียนของชาติต่างๆ ในช่วงนั้น ทางศูนย์รวบรวมไว้เพื่อศึกษาว่า แต่ละประเทศ คิดอย่างไรกับการทิ้งระเบิดนี้ ซ้ายมือที่เห็นนิดนึงคือหนังสือของสิงค์โปร ผมอ่านดูได้ความว่า ญี่ปุ่นร้ายมาก การทิ้งระเบิดยุติความเสียหายไว้ได้

ภาพจำลองรัศมีระเบิด ระเบิดเหนือพื้นดิน 500 เมตร พื้นดินจึงไม่เป็นหลุมบ่อ อาคารถูกกวาดไปด้วยคลื่นกระแทกจากระเบิด

สิ่งของของผู้ประสบภัย (บางอย่างเห็นแล้วเศร้ามาก เลยไม่เอามาให้ดู) ดูของพวกนี้ไปแล้วฟังเทปไป รู้สึกมีอารมณ์เศร้ามากครับ

เด็กนักเรียนมาทัศนศึกษา ตั้งแต่มานี่ ไม่ว่าไปที่ไหนจะเห็นญี่ปุ่นพาเด็กไปท้ศนศึกษากันตลอด สอบถามเด็กญี่ปุ่นได้ความว่าโรงเรียนพาไปบ่อยๆ ปีละหลายครั้ง

ด้านนอก เป็นทางเดินยาวไปสู่อนุสาวรีย์เพื่อสันติภาพ

อนุสาวรียสันติภาพ ผมไม่ได้เดินไปดูใกล้ๆจึงไม่ทราบความหมายของมัน

ไปอีกหน่อยจะถึง อนุสาวรีย์ซาดาโกะ จากเรื่อง ซาดาโกะกับนกกระเรียนพันตัว

======================================================

ซาดาโกะ กับ นกกระเรียน 1000 ตัว(นำมาจากเวบบอร์ด Narak.com)

เมื่อเด็กหญิงซาดาโกะ ซาซากิ ได้รับพิษจากการทิ้งระเบิดปรมาณูของสหรัฐที่ถล่มเมืองฮิโรชิม่า เมื่อ 6 สิงหาคม 2489 หรือปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ตอนที่เกิดระเบิดนั้นเด็กหญิงซาดาโกะไม่ได้เกิดอาการเจ็บป่วยในทันที แต่ 11 ปี หลังจากนั้น ในปี 2498 วันที่ซาดาโกะแข่งขันวิ่งผลัดที่โรงเรียน ทำให้เด็กหญิงเหน็ดเหนื่อยและปวดศีรษะอย่างรุนแรง และจากนั้นก็เริ่มปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นสลบในชั้นเรียน

พอพ่อแม่ซาดาโกะรู้ จึงพาไปหาหมอ และพบกับความจริงที่สะเทือนใจว่า ซาดาโกะป่วยเป็นลูคิเมียหรือมะเร็งในเม็ดเลือด ซึ่งเป็นโรคที่คนสมัยนั้นเป็นกันมาก เพราะถูกปรมาณูในสงครามโลก

สำหรับซาดาโกะเมื่อทราบชะตาชีวิตตัวเองก็โศกเศร้าร้องไห้ตลอดเวลา เพราะอยากออกจากโรงพยาบาลและกลับไปโรงเรียน แต่ทำไม่ได้ กระทั่งชิซูโกะเพื่อนรักของซาดาโกะมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลและนำโอริกามิหรือกระดาษพับมาให้ พร้อมทั้งเล่าตำนาน "ซูรุ" หรือนกกระเรียนให้ซาดาโกะฟัง

โดยคนญี่ปุ่นถือว่า ซูรุ เป็นนกศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว ความหวัง ความโชคดีและความสุข นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันความเจ็บป่วยได้ด้วย ถ้าใครสามารถพับนกกระเรียนได้ถึง 1,000 ตัว แล้วผู้นั้นจะมีอาการดีขึ้น

เมื่อได้ฟังดังนั้นซาดาโกะก็เลยตัดสินใจที่จะพับนกพร้อมกับเขียนคำว่า สันติภาพลงบนปีกนกด้วย เพื่อให้มันบินไปได้ทั่วโลก หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวและเพื่อนๆก็พากันช่วยซาดาโกะพับนกกระเรียน เมื่อครบ 500 ตัว ซาดาโกะอาการดีขึ้นและได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้กลับไปอยู่ที่บ้าน

ระหว่างนั้นเด็กหญิงไม่เคยหยุดที่จะพับนกเลย แต่หลังจากกลับไปอยู่บ้านไม่นาน อาการของซาดาโกะก็เริ่มกำเริบขึ้นอีกจนต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง ในที่สุดซาดาโกะก็จากครอบครัวไปอย่างสงบ ในขณะที่พับนกได้เพียง 644 ตัว

หลังการเสียชีวิตของซาดาโกะ เพื่อนๆ ที่โศกเศร้าต่อการจากไปของเธอร่วมกันพับนกกระเรียนที่เหลือจนครบ 1,000 ตัว และใส่ไปในโลงศพของเธอด้วย นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งสมาคมนกกระเรียนเพื่อรำลึกถึงซาดาโกะอีกด้วย


เมื่อเรื่องของซาดาโกะแพร่หลายออกไป ได้มีการบริจาคเงินสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึกถึงซาดาโกะและเด็กๆ อีกหลายคนที่เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู และตั้งที่ใจกลางสวนสาธารณะสันติภาพฮิโรชิม่า โดยอนุสาวรีย์นี้เป็นรูปของซาดาโกะกำลังยืนและยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นไปบนฟ้า ที่มือของเธอถือนกกระเรียนสีทองไว้ด้วย

===============================

นี่คืออนุสาวรีย์ซาดาโกะ

นกกระเรียนจากเด็กๆ ทั่วโลก

ทางออกศูนย์ จะพบซากอาคารโรงพยาบาลเก่า ที่เป็นซากปรักจากการทิ้งระเบิด เขาจงใจอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นความทรงจำแห่งการทิ้งระเบิดปรมาณูครั้งแรกของโลก

สุดท้าย ขอปิดด้วย ลิขิตของพระสันตปาปา จอหน์ ปอลเมื่อมาเยือนที่นี่

Comment

Comment:

Tweet

อยากเห็นคนไทยรักกันอย่างคนญี่ปุ่่่นประเทศจะได้ก้าวหน้า

#20 By nawiya (125.26.113.184) on 2012-03-21 13:51

wink embarrassed question question question

#19 By (49.230.169.142) on 2011-10-21 12:55

น่าสงสารcry

#18 By (49.230.169.142) on 2011-10-21 12:52

๓๐ ปีที่แล้ว ในชั้นอบรมเรื่องแหล่งน้ำใต้ดินบอกอาจารย์ญี่ปุ่นว่าอยากไปดูสถานที่จริง แทนที่จะไปเที่ีี่ยวที่อื่น อาจารย์บอกว่าไม่น่าเที่ยวเพราะเศร้ามาก วันนี้ได้เห็นจากบันทึกนี้แล้ว ต้องบอกว่าเศร้ามาก ในขณะเดียวกันก็อยากรู้ว่าผังเมืองปัจจุบันของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมมากใหม

#17 By อารยา เพ็งนิติ (58.8.138.197) on 2009-09-07 14:07

ไม่น่าเกิดขึ้น

#16 By tayeak (202.143.176.177) on 2009-08-06 12:28

#15 By นรา (118.172.57.183) on 2009-07-23 15:41

ดูอย่างญี่ปุ่นดิ ประเทศเขาโดนทิ้งระเบิดปรมานู ตั้ง 2 ลูก ทำให้ประเทศเขาเหมือนจบเลย แต่ทำไมตอนนี้ ญี่ปุ่นถึงเป็นประเทศทันสมัยเพราะประเทศเขามีความขยัน รักชาติ สามัคคีกัน ถ้าประเทศไทยทำเหมือนเขาตอนนั้น ผมว่าตอนนี้ ประเทศคงเป็นประเทศมหาอำนาจแล้วละผมว่า เทียบเท่า สหรัฐ อะผมว่านะ

#14 By เรศ (58.147.42.193) on 2009-03-28 12:32

ขอบคุณครับกับรายละเอียดดีๆๆ

#13 By vut (221.45.20.155) on 2009-02-20 12:00

ถ้าคนไทยรักชาติไทย เพียงครึ่งที่คนญี่ปุ่นมีให้ชาติ.. ไทยก็จะเป็นถึงมหาอำนาจของโลกได้อย่างสบาย เพราะเรามีทุกอย่างพร้อม อย่างที่ญี่ปุ่นไม่เคยมี
แต่สิ่งที่ญี่ปุ่นมี สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดนั่นคือ "ใจ" หัวใจที่กร้าวแกร่งของพวกเขาสร้างได้ทุกอย่าง

#12 By (118.173.237.60) on 2008-06-29 07:00

ฮิโรชิม่าสวยจังอยากไปสักครั้งbig smile question

#11 By คาวาอี้ (202.5.94.111) on 2008-04-18 11:15

วายยยยยยยยยquestion สมน้ำหน้าโดนระเบิดปรมาณู สมน้ำหน้า ตายซะ โนอีกก็ดีนะคนญี่ปุ่นมันจะได้ตายกันให้มากกว่านี้ตายเป็นแสนคนมันน้อยไป...แต่ไม่เป็นไรหรอกแค่รู้ว่าญี่ปุ่นโดนระเบิดปรมาณูก็สะใจแล้วopen-mounthed smile

#10 By คนเกลียดญี่ปุ่น (124.121.152.209) on 2008-03-09 11:40

สวยมากๆเลยคับ
ใครไม่เคบไปก็ไม่รู้หรอก

#9 By เด (61.7.174.137) on 2008-02-16 21:54

question question question question question question question question question

#8 By แล้บ (118.172.2.113) on 2008-01-31 12:57

ได้ไปดูมาแล้วเป็นสวนที่สวยงามมากเล

#7 By มิซุ (203.146.213.83) on 2008-01-21 17:33

say hi!
มีเรื่องรบกวนนิดนึงนะค่ะ อยากได้เพลงที่เค้าแต่งขึ้นเพื่อรำลึกการเกิดระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่า หานานแล้วอ่ะค่ะ แต่ยังไม่ได้เลย เอาเป็นแค่เนื้อเพลงก้อได้
yoroshikuonegaishimasuconfused smile

#6 By may (125.25.134.80) on 2007-11-02 12:59

น่ารักจัง

#5 By สวยจังเลย (125.24.208.216 /192.168.0.33) on 2007-06-21 12:55

อแอด้

#4 By (125.24.209.37 /192.168.0.43) on 2007-06-20 12:53

อแอด้

#3 By (125.24.209.37 /192.168.0.43) on 2007-06-20 12:53

เเออิ

#2 By (125.24.209.37 /192.168.0.43) on 2007-06-20 12:52

หน้าตาเมืองฮิโรชิม่างามมากๆค่ะ^ ^
อยากไปอ้ะ

เรื่องซาดาโกะรายละเอียดเป็นแบบนี้นี่เอง

#1 By ※ BrightSM ※ on 2006-12-07 20:45