โตเกียว -ชิบูย่า ฮาราจูกุ
posted on 08 Dec 2006 16:02 by itgroup in JP-Tokyuตอนนี้เป็นฝีมือของบัวซัง (ชื่อเต็ม ใบบัวซัง) นะครับ
ผมไม่ได้ไปชิบูย่าทั้งๆที่อยากไปใจจะขาด บัวซังเธอไปมาสองวันแนะ ดังนั้นผมจึงอ้อนให้เธอเขียนมาให้อ่านกันครับ ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะผมก็อยากอ่านน่ะ
============================================
=============================================
ลุย Shibuya-Harajuku
รับมอบภารกิจจากท่านพี่ต๊ะซังให้เล่าเรื่องตอนไป Shibuya กับ Harajuku อันเนื่องมาจากว่าสมาชิกร่วมทริปไม่มีใครได้ไปเยือนแหล่งดังทั้งสองแห่งนี้บ่อยเท่ากับบัวซัง สงสัยมัวแต่ไปหาร้าน sex shoppu กันอยู่ที่ไหนน้ออุอุ
อันว่าบัวซังมีเพื่อนเป็นคนไทยชื่อหนุ่ยซัง ซึ่งไปเรียนต่อโทที่
ก่อนจะมา หนุ่ยซังอุตส่าห์เปิดเว็บหาแผนที่ JICA Tokyo จนทราบว่าอยู่ใกล้สถานี Ichigaya จึงนัดกันที่ที่เสียบตั๋วสถานี Ichigaya ประตูที่ใกล้บ้านบัวซังที่สุด (บ้านก็คือ JICA Tokyo นั่นแหละจ๊ะ)
บัวซังเดินขึ้นเขาและลงเขาเพื่อไปสถานี JR โดยเผื่อเวลาให้ไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย ขอบอกว่าอยู่เมืองไทยไม่เป็นแบบนี้ ยืนรอหนุ่ยซังพร้อมคิดในใจว่า เจอกันครั้งแรกจะทำท่าอย่างไรดี...จะโผเข้ากอด คิสแก้มซ้ายขวา ก็ดูไม่เหมาะกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือจะชกมือ โย่ ว้อดซั่บแหมน ก็จะเท่เกินไป เวลาขณะนั้น 5 โมง 50 นาที
6.10 น. คนโตเกียวเดินเร็วมากๆ เข้าออกสถานีกันเป็นคลื่นๆ บอกไม่ถูก เหมือนวิชากิจกรรมเข้าจังหวะ เหมือนอะไรดำ วึ่บๆ ผ่านหน้าเราไป โดยเรากำลังเป็นวิญญาณกระเหรี่ยง ไม่มีคนสนใจ ที่เริ่มหาเศษเหรียญโทรศัพท์....พี่หนุ่ยซังกุอยู่ไหนเนี่ย บอกให้ใส่รองเท้าบูตมาโชว์ สงสัยไปซื้ออยู่
6.30 น. โทรศัพท์หาหนุ่ยซังไม่ได้ ฝากข้อความไว้ ทำไมไม่รับสักที ทำไมไม่รับสักที คนที่นี่ไม่เปิดโทรศัพท์มือถือในรถไฟนั้นเอง ถือว่าเป็นสถานที่สาธารณะและเสียมารยาทหากใช้โทรศัพท์ ตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่เมืองไทยให้ช่วยโทรอีกแรง และเริ่มสะกด Ichigaya ช้าๆ พร้อมกับสังเกตว่า โอ้ มันมีประตูทางออกหลายประตู และมันยังมี subway อีกด้วย!
6.50 น. พี่หนุ่ยมาโน่นแล้ว หนุ่ยซังหน้าเซ็งตูดมาก แน่นอน ชีไม่ได้เดินออกมาจากสถานีที่เรายืนรอ เพราะมันมีประตูทางออก 7 ที่ใกล้บ้านเราจริงๆ ด้วย ท่าที่คิดไว้ว่าจะเดินเข้าไปทักว่า kombanwa (good evening) จึงกลายเป็นหน้าตาขอโทษเลิกลั่กแทน ปรากฏว่าหนุ่ยซังมาถึงตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง ยืนรออยู่ริมแม่น้ำมา 1 ชั่วโมง ดีนะไม่มีคนมาชวนไปถ่ายหนังโป๊
หนุ่ยซังใส่รองเท้าบูตมาจริงๆ ด้วย! บอกว่าจะพาไปกินข้าวแถว Shibuya ซื้อตั๋วรถไฟเดินตามหนุ่ยซังต้อยๆ ปวดหัวกับ
![]()
จุดแรกที่เห็นเป็นอนุสาวรีย์หมาตัวนึง อย่าถามชื่อจำไม่ได้ จำได้แต่ว่าหนุ่ยซังแอบเรียกว่า อนุสาวรีย์ย่าเหล่ (ฮะจิ หมายอดกตัญญูมั้ง : ต๊ะซัง) เป็นจุดนับพบของวัยรุ่นว่าต้องมาเจอกันตรงนี้ก่อนจะเดินแรดใน Shibuya กันต่อ มีเด็กวัยรุ่นนั่งมั่วสุมกันเพียบเลย หน้าตาจิ้มลี้มพริ้มเพราทั้งชายและหญิง บัวซังชอบมากๆๆๆ
Shibuya เป็นแหล่งชอปปิ้งสำหรับเด็กมหาลัยจนถึงวัยทำงาน ไฮไลท์เด่นๆ คงจะเป็นสี่แยกที่มีจอใหญ่ๆ 3 จอบนตึกที่เราเห็นในฉากหนังฮอลลีวูดอย่าง Lost in Translation หรือเรื่อง About Love หรือแม้แต่ ad โฆษณาของทาทายัง ที่โปรโมทอัลบั้มในญี่ปุ่นโดยซื้อจอ 3 จอยักษ์นั่นเปิด MV ของตัวเอง อยากรู้จังว่า ทาทาจะเสียเงินค่า media เฉพาะตรงแยกนี้เท่าไหร่ เพราะมัน high impact มาก และสร้าง image ได้ดีทีเดียว
หนุ่ยซังพาเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ย่านนี้มีร้านอาหารดังๆ ที่เรารู้จักอยู่หลายร้าน หากไม่นับ McDonalds ก็คงเป็นร้าน Otoya ที่บ้านเราก็มี Shop แบรนด์ดังก็เยอะ เช่น รองเท้า Onitzuka Tiger, Gap, Apple (mac) เป็นต้น บัวซังแอบคิดว่า หาก Harajuku เป็นสยาม แถวนี้คงเหมือนทองหล่อบ้านเรา เก๋ๆ เริดๆ เชิดๆ นะยะ ไรงี้
แล้วเราก็มาถึงร้าน อย่าถามชื่อ แต่บัวซังก็แอบจำว่าเป็นร้านกระจกกุ เป็นร้านแบบ Japanese Italian FusionFood มื้อนั้นเป็นอาหารที่หรูหราหมาเห่าที่สุดตลอดทั้ง 23 วันที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว ราคาก็เอาเป็นว่าป๋าหนุ่ยซังออกให้ อาหาร อย่าถามชื่อ บัวซังแอบจำมาว่าหน้าตาเหมือน ปอเปี๊ยะสด ผัดคะน้าปลาเค็ม สปาเก็ตตี้แซลมอนรมควัน และข้าวซูชิญี่ปุ่นคลุกๆ อาหารอร่อยมากๆ (ลองไม่อร่อยสิจะขอเงินคืนทุกเศษเยน)
บรรยากาศร้านเป็นแบบเปิดเพลงฟัง มีวัยรุ่นญี่ปุ่นไปนั่งดูดและดื่มมากมาย เราก็เลยอยากทำตัวเป็นญี่ปุ่น สั่งคอกเทลมาชิบพอทำให้บทสนทนามีรสชาติขึ้น โอ้...มาการิต้าพีช แก้วละ 1200 เยนเอง ต่อให้ไม่เมาก็จะแกล้งเมาละวะเนี่ย
สังเกตว่า พนักงานที่นี่จะมี service minded มากๆ หนุ่ยซังบอกว่า เคยทำงานพิเศษตอนเรียนมหาลัย พนักงานจะต้องสังเกตลูกค้าตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้โต๊ะรก แถมยังอ่านใจว่าเราอยากได้อะไร แถมเคยอ่านเจอว่าญี่ปุ่นไม่มีธรรมเนียมทิป เพราะถือเป็นสิ่งที่ต้องให้บริการลูกค้าอยู่แล้ว
คุยกับหนุ่ยซังจนถึงเวลา 4 ทุ่ม กลับหอไม่ทันแน่แล้ว ใช้ความแรดให้เป็นประโยชน์ตั้งแต่ถึง
คงไม่ต้องบอกว่า Harajuku คืออะไร แหล่งรวมวัยรุ่นมัธยม สาวๆ ใส่เครื่องแบบนักเรียนสั้นๆ เหมือนการ์ตูนโป๊ญี่ปุ่น หนุ่มๆ ผมทอง แต่งคิ้ว กางเกงเป้าสูง ขาเดฟ ถูกใจป้าจริงๆ แต่วันที่ไป พวก Harajukian (แปลว่าเด็กๆ ใน Harajuku) คงโดนพ่อแม่โทรตามกลับบ้านหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม แถวนี้มีร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับมากมาย เป็นร้านยี่ห้อ local brand เก๋ๆ ตกแต่งร้านไตล์ฮาโลวีน ที่กำลังจะมีในวันรุ่งขึ้น เดินมาจนถึงสถานี Harajuku เป็นสถานีเก่าๆ สถาปัตยกรรมเก๋ๆ นึกว่าจะทันสมัยตามประสาเด็กวัยรุ่นเสียอีก แต่ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า หนุ่มสาวชาวยุ่นเค้าเป็นเยี่ยงไรกันบ้าง บัวซังเลยลงทุนไป Shibuya และ Harajuku อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น วัน Halloween
Halloween Night at Harajuku
จริงๆ แล้วคือ เพื่อนสาวชาวแอร์โฮสเตส นาเมวะ ตูนซัง ก็บังเอิญมีวันหยุดที่โตเกียว จึงได้นัดหมายกันไปตะลุยราตรีที่ Harajuku ด้วยกัน ตูนซังบอกว่า เดี๋ยวเราไปดูเด็กมันแต่งตัวบ้าๆ กันดีกว่า
คราวนี้บัวซังได้ชวนเพ็ตโตะซัง เพื่อนชาว JICA ไปดื่ม Biru หรือเบียร์อาซาฮีด้วยกันหน่อย
และก็เหมือนเดิมที่ต้องเสียเวลากับการนัดหมายเพราะบัวซังบอกว่าจะรออยู่ที่ Starbucks สถานี Ichigaya แต่ไอ้ตูนซังมันได้ยินว่าเป็นสถานี Ichimaya โชคดีที่หนุ่ยซังมอบมือถือมาให้ใช้ชั่วคราว ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน
ได้ยินว่ามือถือของหนุ่ยซังเป็นที่โจษจันไปทั่วเกาะญี่ปุ่นถึงโปรโมชั่นแรกเข้า ราคาจำไม่ได้ว่า 2 เยน หรือ 100 เยน แถม ipod 4 gb ให้เปล่าๆ และใช้โปรโมชั่นจ่ายขั้นต่ำ 1000 เยนต่อเดือนเท่านั้น ถูกอะไรอย่างนี้ สวยมากๆ ด้วย แต่จะต้องกำหนดระยะเวลาใช้เครื่อง 2 ปี เมืองไทยน่าจะมีโปรอะไรแบบนี้บ้างนะ
ครั้งนี้ขึ้นรถไฟตรงดิ่งไปยังสถานี Harajuku 3 สาวไทยเดินตามล่าหาผีตั้งแต่ปากทางออก ไปเรื่อยๆ ตามถนนจนมาถึงสี่แยกอย่าถามชื่อ แต่บัวเรียกว่า สี่แยก Gap จนมาถึงตรอก Harajuku มีวัยรุ่นมากมายกำลังเล่นตู้เกม ซึ่งไม่ได้แอ้มเงินของบัวซัง หากการเสีย 100 เยนไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนเลย (บัวซังเลือกเล่นหมุนไข่มากกว่าฮ่ะ) เสื้อผ้าที่นี่แบ่งเป็นร้านผู้ชายกับร้านผู้หญิง แฟชั่นจ๋าแบบว่า mix and match จริงๆ เด็กๆ ที่นี่ถ้าแต่งตัวออกจากบ้านน้อยกว่า 3 ชิ้นถือว่าไม่ใช่เด็กญี่ปุ่น เพราะมันจะเริ่มจากเสื้อ กางเกง แล้วก็จะใส่กระโปรงทับกางเกง ถุงน่องทับกางเกง เสื้อแจกเก็ตทับเสื้อ เสื้อโค้ททับแจกเก็ต ดีนะที่หน้าตาดี...บัวซังให้อภัย
เอาจริงข้าวของส่วนมากก็คล้ายกับประตูน้ำหรือตลาดนัดข้างออฟฟิศบ้านเรานี่แล ราคาถูกสุดๆ ตกอยู่ประมาณตัวละ 1000 เยน รองเท้า 1500 เยน บัวซังดูแล้วว่าขืนซื้อมาใส่เมืองไทย มนุษย์โลกคงไม่เข้าใจเรา แถมยังอาจได้รับคำถามว่า ซื้อมาจากประตูน้ำเหรอวัยรุ่นเซ็ง
เรามาแวะถ่ายรูปกับตึก OIOI เพราะตูนซังบอกว่า ตอนมาทำงานญี่ปุ่นครั้งแรก รุ่นพี่บอกว่าต้องไปถ่ายรูปกับตึกนี้ให้ได้ สองข้างทาง ก็มีร้านอาหารและร้านเสื้อผ้าตกแต่งสไตล์ฮาโลวีน แต่ก็ยังไม่เจอผีสักตัว ในที่สุดเราก็มาเจอ Shibuya จนได้ ระยะทางที่เดินคงเหมือน สยาม-ชิดลม ไงงั้น แถมที่นี่ยังมีเด็กเยอะว่า Harajuku มาก ครั้งนี้ได้เห็นเด็กหัวทองทาตัวดำๆ แต่งหน้าขาวๆ เต็มไปหมดทั้งผู้ชายผู้หญิง ดูแล้วเหมือนเด็กเกเรไม่เรียนหนังสือ ยืนจับกลุ่มกันตามถนน ตูนซังบอกว่า พวกนี้เรียนจบม.ปลายก็ไม่เรียนหนังสือแล้ว ทำงานพิเศษ แล้วก็ใช้เงินฟุ่มเฟือย ดูเรื่อยเปื่อยไร้สาระ...เหมือนกุเลย -_-
ในที่สุดเราก็เลือกกินอาหารอิตาเลียนกันโดยดูจากโมเดลอาหารหน้าร้าน 1000 เยน จานใหญ่เชียว ในร้านมีอยู่โต๊ะหนึ่งเป็นวัยรุ่นญี่ปุ่นเกย์ๆ 2 คน และผู้ใหญ่อีก 1 คน เรดาร์ของเพ็ตโตะจับได้ว่า น่าจะเป็นเสี่ยเกย์เลี้ยงเด็กหนุ่มหน้ามน ตื่นเต้นพอเป็นพิธีก็ถึงเวลาสั่งอาหาร ความชำนาญในภาษาของพวกเราทำให้พวกเราเลือกดูรูปก่อน โอ้โห ชุดนี้มีเบียร์ สลัด และสปาเก็ตตี้เนื้อ ราคา 550 เยน ถูกจัง เพ็ตโตะชอบใจมาก ส่วนบัวซังและตูนซัง สั่งสปาเก็ตตี้ พิซซ่า โค้ก และสลัดอีกชุด
เด็กเสิร์ฟทยอยเอาอาหารมาให้เรื่อยๆ เบียร์แก้วเบ่อเริ่มถูกใจเพ็ตโตะซัง จนอาหารเสิร์ฟครบเหลือ สปาเก็ตตี้เนื้อของเพ็ตโตะ เราเลยเรียกเด็กเสิร์ฟมาถาม เอ่อ..ให้ตูนซังถามน่ะ
ตูนซังว่ายังขาดสปาเก็ตตี้เนื้อที่นึงจ้า เด็กเสิร์ฟว่า นี่ไงจ๊ะฉันเอามาแล้ว ตูนซังว่า นี่สั่งอีกจานไม่ใช่สปาเนื้อจ๊ะ เห็นไหมมันอยู่ในเซ็ทเบียร์รุ เด็กเสิร์ฟว่า ใช่ไงจ๊ะนี่ไง สั่งสปาเก็ตตี้อะไรก็ได้ 1 อย่าง ถ้าเพิ่ม เบียร์ สลัด จะจ่ายเพิ่มอีกเพียง 550 เยน....อ่อ กระเหรี่ยง 3 คนจึงเข้าใจตั้งแต่ตอนนั้นว่า ของถูกไม่มีในญี่ปุ่น นอกจากเอ็งจะเข้าใจผิดเอง
เพ็ตโตะกินเบียร์แก้วนั้นจนหยดสุดท้ายจริงๆ แถมยังขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกในความโง่ เอ้ยความอร่อยของเบียร์อาซาฮีสดๆ ราคามื้อนั้นตกอยู่ประมาณ 6000 เยน เดินออกไปขึ้นรถไฟกลับถึงได้เห็นผี 3 ตัวยืนอยู่ที่เสาไฟ โอ้แม่เจ้า ยังอุตส่าห์ได้เห็น หนุ่ยซังโทรเข้ามือถือถามว่าเป็นไงบ้าง เราบอกว่ามาดูผีที่ฮาราจูกุไม่เห็นซักตัว หนุ่ยซังบอกว่า ใครเขามา Halloween กันที่นี่ เด็กๆ มันแต่งตัวกันล่วงหน้าตั้งแต่วันเสาร์แล้ว อ่าว นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่
วันนั้นจึงกลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้า เดินขึ้นเขามาในซอยบ้าน เห็นผับเล็กๆ มีฟักทองวางอยู่ก็คิดในใจว่า กุจะถ่อไปทำไมเนี่ย...ว่าแล้ว ผีสาว 3 ตัวก็เดินเปลี้ยๆ กลับหอ
#1 By caz on 2006-12-08 16:35