ฮิโรชิม่า-งานเลี้ยงต้อนรับที่โชบาระ
posted on 12 Dec 2006 16:53 by itgroup in JP-Hiroshimaงานเลี้ยงต้อนรับที่โชบาระ
หลังจากกลับจากการศึกษาวัฒณธรรมญี่ปุ่นที่สวนสาธารณะบิโฮขุ ตอนเย็นนั้นเอง มีงานเลี้ยงต้อนรับ ชาวโชบาระเป็นเจ้าภาพ นำโดยสมาคม Youth Hostel ของโชบาระ และสถาเมืองโชบาระ
งานนี้เป็นงานเลี้ยงต้อนรับพวกเรา เป็นงานแลกเปลี่ยนวัฒณธรรม และเป็นโอกาสที่จะได้พบกับ Host Family ของเราด้วย
ตามโปรแกรม เราจะได้ไปอยู่กับ Host Family เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน โดยที่ไม่มีการติดต่อกับชาวไทยโดยสิ้นเชิง
ตอนที่อยู่เมืองไทย เรายอมรับว่า กลัวมาก ที่จะต้องไปอยู่กับคนญี่ปุ่นคนเดียวด้วย
แต่พออยุ่ญี่ปุ่นได้ 20 กว่าวัน ภาษาญี่ปุ่นเริ่มงอกเงย และได้คลุกคลีกับชาวญี่ปุ่นที่บ่อน้ำร้อนมามั่งแล้ว และทราบจากล่ามว่า ครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่จะรับเราไปอยู่ด้วยนั้น ต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้
1.มีฐานะความเป็นอยู่อย่างไม่ลำบาก
2.ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีพอควร
3.มีความประพฤติเรียบร้อย ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการเมือง
เอาละ ตอนนี้ทุกคนก็รอวันไปโฮมเสตย์อย่างใจจดใจจ่อ
แขกในงานเลี้ยงคราวนี้มีชาวเมืองโซบาระจำนวนมาก ที่มาเพื่อจะพบหน้าคนที่จะไปอยู่บ้านเขาเป็นครั้งแรก (วันนี้ยังไม่ไปนะ ไปในเย็นวันที่ไปเยี่ยมชมโรงเรียนประถมซุยโกะ วันนี้มาเจอหน้าเฉยๆ)
พวกโฮสต์รู้ตัวแล้วละว่าคนไหน แต่เราสิไม่รู้ว่าคนไหน พอคนไทยเดินขบวนเข้ามาในห้อง ทุกคนก็ปรบมือต้อนรับกันยกใหญ่ แล้วทุกคนจ้องป้ายภาษาญี่ปุ่นที่อกเสื้อเรากัน คงหาลูกเลี้ยงว่างั้นเถอะ เราก็อ่านชื่อเขาออก เพราะทางนั้นก็ติดป้ายชื่อถาษาอังกฤษ เสียแต่ว่าไม่รู้คนไหนของใครเท่านั้น โดยมากใส่สูทกัน มีใส่ชุดญี่ปุ่นมาคนนึง ห่มจีวรมาสองคน อีกคนแต่งตัวเหมือนพระเส้าหลินแน่นอนว่าหัวล้าน ที่สำคัญมีคนแต่งตัวเหมือนช่างก่อสร้างมาคนนึงด้วยละ
งานเลี้ยงที่โชบาระแกรนด์โฮเต็ล อาหารดี และที่ไม่ขาดเลยคือเบียร์ ชาวญี่ปุ่นดูเหมือนจะชอบกินเบียร์กันมาก และกินกันทุกคน ต่างจากานเลี้ยงของไทยที่มีเหล้า เบียร น้ำส้ม น้ำอัดลม น้ำเปล่าให้เลือก ที่นี่เบียรกับชาสองอย่าง เบียรที่กินที่นี่ยี่ห้อ GIRIN (กิเลนน่ะแหละ) เป็นยี่ห้อที่เบียดแย่งตลาดอยู่กับ Asahi (อาซาฮี)
พอเริ่มกินกันไปได้สักพัก นายกเทศมนตรีโชบาระก็ขึ้นมากล่าวต้อนรับ จากนั้นก็เป็นตัวแทนสภาเมือง และจากนั้นก็เป็นการแสดงระบำพื้นบ้านญี่ปุ่น "โดสึโค่ย" เป็นเพลงพื้นเมืองของชาวนา ดูแล้วงามตาดีไม่น้อย คนแสดงเป็นพวกคุณป้าคุณน้าแถวๆนี้ ไม่ใช่มืออาชีพเล่นเอาสนุกสนานมากกว่า มีตัวคนร้อง(อายุ 45 อาชีพนักบัญชี)กับ นายวงละมั้งดูว่าเป็นมืออาชีพหน่อย พวกคนไทยก้ขึ้นไปแจมด้วยอย่างสนุกสนาน

ต่อจากนั้นก็เป็นการแสดงของคนไทย เราเคยซ้อมเคยเล่นกันมาหลายครั้งคราวนี้จึงใส่กันมันสุดๆ เริ่มด้วยสายฝน ต่อด้วยรำดาบ(เพชรโตะซังเมา รำบาดตัวเองด้วยเอ้า) แล้วก็ฟันดาบ วันนี้สถานที่เป็นใจมั้ง ผมฟันกับโบ๊ตโต๊ะซังไม่พลาดคิวเลย จากนั้นเป็นเซิ้งกระลาวันนี้หลายคนกรึ่มๆ พอควร ฟาดกะลาแตกกันไม่ยั้ง ช้างซังบอกว่าเข้าจังหวะกันดีมาก

ชาวญี่ปุ่นเห็นหนุกหนานก็มาแจมด้วยเป็นอันมาก ปิดท้ายด้วยร้องรำเต้น ประกอบสไลด "แผ่นดินทอง" ชาวญี่ปุ่นก็ดูแล้วก็ทึ่ง ที่เขาทึ่งกันมากก็ไม่ใช่อะไร ก็เรื่องที่เราเทิดพระเกียรติในหลวงของเรามากมายขนาดนี้นั่นเอง (คนเฒ่าคนแก่ชอบใจมากเมื่อเห็นพระจักรพรรดิจับมือกับในหลวง)
แสดงจบก็มีการเฉลยโฮสตแฟมิลี่ว่าใครเป็นของใคร
ปรากฏว่า หลวงพ่อที่หัวล้าน ห่มจีวร เป็นโฮสตแฟมมลี่ของชาชินแมน

เพชรโตะซังนี้มีคุณพี่เปรี้ยวสุดๆ มาหา กระแตซังไปด้วยอีกคน

หมอ Y และเปี๊ยกซังได้คุณลุงท่าทางใจดี

อาจารย์ที่ใส่ชุดญี่ปุ่นเป็นของโบ๊ตโตะซัง คนที่แต่งตัวเหมือนช่างก่อสร้างนี้บ้านของช้างซัง รูปข้างล่างนี้ของโต้งซัง

นี่ของรุ่งซัง

ปีซัง และอังซัง สองคนนี้ผมยังไม่เคยแนะนำตัวคุณป้าที่มาหานี่ท่าทางเรียบร้อยมากๆ

คนนี้ของเอ้ซัง ท่าทางอายุยังไม่มากนัก

ส่วนผม ได้โฮสตแฟมมิลี่เป็นคนที่ใส่ชุดญี่ปุ่นมีลายทองเดินที่ปก
คำแรกที่พูดกับผมคือ "English OK" ได้ยินอย่างนี้แล้วดีใจเหมือนยกภูเขาไฟฟุจิออกจากอก
แกแนะนำตัวว่า คือ หลวงพ่อคุริฮาระ เจ้าวัดไซเนนจิ เป็นวัดมหายานอยู่ไม่ห่างจากเมืองนี้เท่าไร
เอาละวะ วัดก็วัด วัดมหายานก็วัดจีนนี่หวา ผมจินตนาการทันทีว่า เช้าต้องตื่นตีห้ามาตีระฆัง แล้วแแก้ผ้าตักน้ำในบ่อหินราดหัว จากนั้นออกไปบิณฑบาต กลับมาฉันแล้วก็นั่งเคาะมกเกียว(บักฮื้อ)โป๊กๆ ต้องนั่งสมาธิแล้วหลวงพ่อคอยเอาไม้เคนโด้ตี
แต่ดูหน้าหลวงพ่อก็หน้าตาใจดี ลองคุยดูหน่อยละกัน แกบอกว่า นอกจากเป็น "Temple Master " แกเป็นเซ็นเซย์ (อาจารย์) ด้วย
เซ็นเซย์ โอ้ แปลว่าอาจารย์นี่นา ผมคิดไปถึงอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้หรือไม่ก็พวกซามูไร หรือว่าเป็นวัดแนวเส้าหลินฟะนี่ สงสัยจะได้ฝึกกังฟู ทุบก้อนอิฐ จะต้องแก้ผ้านั่งต้านน้ำตก ต้องแบกน้ำขึ้นเขา ฝ่าด่านมนุษย์ไม้ ยกกระถางทองแดง ๆลๆ แต่ท่านก็บอกว่า "English Teacher" โอเค ก็ไม่ต้องฝึกกังฟูแน่ๆ
ภาพนี้ถ่ายที่วัดครับ ในงานผมไม่ได้พกกล้องเพราะแต่งชุดแสดง ยูอิกะยังคุงอายม้วนอยู่

หลวงพ่อมากับคุณยายคนนึงใส่กิโมโน แล้วเด็กน่ารักอีกสองคน แกแนะนำว่า นี่คือแม่ของแกอายุ 75 และนี่คือลูกสาวของแก ชื่อ ซุยกะ กับ ยูอิกะ อายุ 7 ขวบ กับ 11 ขวบ โอ้ 7/11 พอดี กำลังน่ารัก ซุยกะเจอหน้าผมก็พูดทักเลยว่า "ไนซทูมีตยู" แต่ยูอิกะนี่ขี้อายมาก หลบหลังพี่สาว และเริ่มทุบตีแตะพี่สาว (อาการของเด็กเวลาไม่รู้จะทำอะไรดี) ผมสงสัยว่า คงเพราะผมตัวสูงกว่าพ่อของเขา และใส่ชุดแดงแจ๋ มีลายทองประดับ ไม่ใส่รองเท้า ขาดแต่ไม่ได้ถือดาบเท่านั้นเอง (กำลังเตรียมจะขึ้นแสดงน่อ ) เธอเลยกลัว แล้วซุกหน้าหนีตลอดเลย
พอการแสดงผ่านไป ผมกลับไปหาหลวงพ่ออีกที หลวงพ่อก็ชมว่า "Very good play . You love your king very much" คุณยายแกชอบแฮะที่ผมฟันดาบ จับไม้จับมือพูดจ้อแต่ผมฟังไม่รู้เรื่อง หลวงพ่อบอกว่า "She like it" ท่าทางแกมันมาก ซุยกะยิ้ม แล้วพูดว่า "ยู อาร ไฟต้า" ดูสนิทสนมขึ้น คงเพราะเห็นผมไปโชว์แล้วรอบนึง โดนฟันตายด้วย แต่ยูอิกะนี่แทบจะม้วนลงไปอยู่กับพื้นเลย ผมพยายามก้มลงไปคุยด้วย ไม่ต้องให้เธอแหงนหน้า เธอก็วิ่งหลบหลังคุณย่ามั่ง คุณพี่มั่ง หลวงพ่อบอกว่า "She Embrassing" ผมคิดว่าเธอกลัวผมมากกว่ามั้ง ช่วยไม่ได้เว้ย เกิดมาหน้าตายังงี้เอง
ภรรยาของหลวงพ่อชื่อ อายูมิ ทำงานเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ที่ได้เล่าถึงไปแล้ววันนี้ผมไม่ได้เจอเธอ หลวงพ่อบอกว่า ไปทำงานในเมืองฮิโรชิมา แล้วค้างที่นั่น
หลวงพ่อลากลับก่อนงานเลิก คิดว่าเป็นเพราะมีเด็กมาด้วย และนัดหมายว่าแกจะมารับผมวันรุ่งขึ้นตอนเย็น
พอปิดงาน ปรากฏว่ามีคุณลุงคนหนึ่ง เป็นเจ้าของสวนลูกพลับ เอาลูกพลับมาให้มากมาย เราเลยแบ่งกันไปกิน เกิดมาเพิ่งกินลูกพลับสดๆ จากต้นก็ครั้งนี้แหละครับ อร่อยชะมัดเลย ลูกเล้กกว่าแถวเยาวราช แต่สดมาก เพิ่งเด็ดมาเมื่อกี้ก็ว่าได้หวานกรอบและฉ่ำน้ำ คืนนี้มีหลายคนเกินพลับแกล้มสาเกกันสนุกสนาน


ติดตามเรื่องของการไปพักบ้านชาวญี่ปุ่นได้ในชุด Homestay นะครับ จะเอามาลงให้ครบทั้ง 26 คน 26 รสชาดเลย ถ้าเพื่อนๆ ส่งมานะ
#1 By ZoRa_M* on 2006-12-12 17:02