เยี่ยม โรงเรียนประถมซุยโกะ (Suigo)

มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา วิทยาเขตโซบาระ ดูมาแล้ว

ไฮสคูลฮิโรโระ ในโตเกียว ดูมาแล้ว คาดหมายว่าจะเจอเด็กญี่ปุ่นแต่ง เครื่องแบบนักเรียนอย่างที่เห็นจนชินตาในการ์ตูน(ชายเสื้อแขนยาวดำ หญิงคอซอง) แต่ว่าไม่ยักใช่ โรงเรียนไม่มีเครื่องแบบ อืมม ก็แล้วกันไปเถอะ

คราวนี้ละ มาโรงเรียนประถมซุยโกะ มาดูเด็กญี่ปุ่นที่มีอายุพอๆ กับ โนบิตะ ชิซุโกะ ไจแอนท์ ซุเนโอะ กันบ้าง ว่ามันหน้าตายังไง

ความคาดหวังก่อนไป

1.ต้องไม่มีเครื่องแบบ (จำได้เลยว่าโนบีตะมันแต่งชุดไม่เหมือนเพื่อน แล้วหน้าร้อนหน้าหนาวไม่เคยเปลี่ยนชุด)

2.ต้องแบกเป้ดำๆ ไปโรงเรียน (เหมือนกันทุกคน)

3.ต้องถอดรองเท้าแล้วใส่รองเท้าแตะเข้าห้องเรียน (โนบีตะโดนแกล้งขโมยรองเท้าประจำ)

4.ต้องมีคุณครูหน้าตาดุมาก ใส่แว่นและใส่สูทสอน (โนบีตะไม่ทำการบ้าน +หลับ จะต้องยืนหน้าห้อง)

เอาละ ลองไปดูว่ามันเป็นยังงั้นจริงๆ หรือไม่

โรงเรียนประถมซุยโกะเป็นโรงเรียนรัฐบาล อยู่ในเขตชานเมืองโชบาระ รับนักเรียนจากหมู่บ้านและตำบลใกล้เคียง ตอนที่ก่อตั้งมีนักเรียน 200 กว่าคน ผ่านมาสักสิบปี ลดเหลือ 100 กว่าคน และลดลงเป็น 60 40 และ 26 คน ตามลำดับ ปัจจุบันมีนักเรียนรวมตั้งแต่ ป.1 ถึง ป.6 21 คน ปีการศึกษานี้รับเข้าใหม่ 1 คน และจบออกไป 1 คน

ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมากสำหรับผมที่เรียนโรงเรียนที่มีนักเรียนห้องละ 50 คน ชั้นละ 8 ห้อง มีนักเรียนรวมกัน 6 ชั้นปี 2500 คน

โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ติดภูเขา เอาละครับ เจ้าโนบีตะเริ่มออกมาวิ่งต่อหน้าผมแล้ว ปะปนอยู่กับเด็กญี่ปุ่นที่มาต้อนรับ "โดราเอมอน...ฉันฝังกระปุกอมสินไว้ที่ภูเขาหลังโรงเรียน" คิดว่าภูเขาหลังโรงเรียนนี่คงมีกันเกือบทุกโรงเรียน นัยว่าเป็นที่ศึกษาธรรมชาติและทำกิจกรรมของโรงเรียนไปด้วย

จากรถจอด เป็นสนามที่กว้างขนาดแตะบอล 11 คนได้ เรียบสนิท ดินนุ่มไม่มีฝุ่น ล้มไม่เปิ้อนว่างั้นเถอะ ดูดีๆ ปรากฏว่าเป็นดินปนทรายที่อัดไว้แน่น กวาดจนสะอาดไม่มีหญ้าหรือหินสักก้อน เข้ามาที่ตัวโรงเรียนที่มีสองชั้น ต้องถอดรองเท้าจริงๆ ด้วยวุ้ย ผมถอดรองเท้าผ้าใบที่รับใช้ผมลุยญี่ปุ่นมาตลอด (ตอนนี้เริ่มขาดและพื้นล่อนแล้ว จนผมต้องให้มันอยู่ญี่ปุ่นเมื่อผมกลับ) แล้วยัดเท้าเข้าไปในรองเท้าแตะสวมเล็กๆ ที่ใส่ได้แค่ครึ่งเท้า จากนั้นเดินลากเท้าไปห้องเรียน

เอาละ ก็เริ่มมาชมการเรียนการสอนกันเลย

ครูที่โรงเรียนนี้มี 6 คน คือ ครูใหญ่ ครูดนตรี ครูสังคม ครูวิทยาศาตร์ ครูพละ และครูห้องสมุด ทุกคนทำหน้าที่ภารโรงไปในตัวด้วย คนนี้คือครูใหญ่ ผมถามว่าปกติแต่งตัวยังไงสอน ได้ความว่า ปกติใส่ชุดธรรมดา หน้าหนาวจะใส่สูท เพราะมันหนาว

หกชั้นปีแบ่งเป้นสามห้อง ปอหนึ่งกับปอสอง ปอสามกับปอสี่ ปอห้ากับปอหก เรียนกันห้องละวิชา

ห้องที่หนึ่ง ==ป 1/2 วิชาดนตรี เด็กห้าคน มีอีเลคโทนหกตัว เปียโนอีกตัวนึง โอ้ว้าว คุณครูก็ดีดเปียโนร้องเพลง แล้วร้องนำทำปากกว้างๆ เด็กๆร้องตาม ผมจำชื่อเพลงไม่ได้ แต่คุ้นหูชะมัด ล่ามร้องคลอไปด้วยและบอกว่าเป็นเพลงโรงเรียนของญี่ปุ่น เนื้อหาทำนองว่า "โลเลียของเลาน่าอยู่ คุงคูใจดีทุกคง เด็กเด็กก้อไม่ซุกซน เลาทุกคนชอบมาโลเลีย ชอบมาชอบมาโลเลีย" อะไรยังงี้แหละ ร้องเสร็จ ก็เป็นเพลงประจำฮิโรชิม่า เพลง โมมิจิ(เมเปิล ) เพราะดีอะ ตรงนี้ผมนึกถึงไจแอนท์กับเสียงเพลงนรก แตไม่ยักเห็นเด็กคนไหนมีลักษณะเช่นนั้น

จากนั้นก็เริ่มเล่นดนตรี เอาละ อันแรกที่เด็กจะเล่นคือกระดิ่ง มีเจ็ดอัน โด เร มีฟา ซอล ลา ที ถือคนละอันสั่นตามจังหวะ เป็นการฝึกการทำงานเป็นทีม

คนไทยเราก็บ้าจี้ไปแย่งเด็กเล่น เด็กเห็นก็ขำกลิ้งว่า "โตเป็นวัวแล้ว เขย่าไม่ถูก หนูเก่งกว่า"

จากนั้นก็ตั้งวงกัน โอ พระเจ้าโจจิ เด็กปอหนึงปอสองตั้งวง แต่ก็ตั้งกันจริงๆนะ ขลุ่ย ระนาดเหล็ก อีเลคโทน ไทรเองเกิล และทรัมเป็ต ดูไม่น่าเชื่อว่าจะทำกันได้

ห้องที่สอง ==ป 3/4 วิชาสังคม เอาละครับ เริ่มมาเขาก็ให้เด็กขึ้นไปพูดหน้าชั้นเลย เอ อะไรกันนี่ ไม่ใช่นั่งสอนประวัติศาตสร์สมัยเมจิเรอะ ปรากฏว่าเป็นการพาไปทัศนศึกษา แล้วให้เด็กเก็บข้อมูลมาคนละเรื่องแล้วก็เอามาพรีเซ็นต์หน้าชั้นให้เพื่อนๆ ฟัง ที่ด้านข้างคือวีดีโอคอนเฟรนซ ทำนองว่าให้เห็นกันทั่วถ้าคนเยอะ

พอพรีเซนต์เสร็จแล้ว ครูก็บอกว่า เอาละ ต่อไปเป็นการพูดคุยกับคนต่างชาติ เอาละสิ เขาก็เรียนคนไทยเข้าไป แล้วให้เด็กๆ ถาม เมืองไทยมีช้างมั้ย(มีเยอะ ช้างเดินตามถนน) มีเสือมั้ย(มีมั่ง เสือไทยดุมาก) มีทานุกิมั้ย(ไม่มีโว้ย)

ห้องที่สาม ==ป 5/6วิชาวิทยาศาสตร์ เริ่มจากการอธิบายการทำงานของเครื่องมือ แล้วก็ให้ลองใช้กันดู เด็กทุกคนมีเครื่องมือหมด จากนั้นครูก็แจกใบงานให้ทำ ดูไม่ต่างจากของไทยแต่ต่างที่เครื่องมือเครื่องไม้พร้อมกว่า

แล้วครูก็เริ่มทดลองให้ดู แล้วก็ถามว่า "ใครไม่ได้ผลอย่างครูบ้าง" ตรงนี้แหละ เจ้าหนูคนนึงก็ยกมือบอกว่า ไม่เหมือน ครูก็ซักถามแล้วให้ลองทำอีกที ช่วยแก้ไขให้ อีตรงนี้แหละไม่เหมือนเมืองไทย

พอเสร็จจากชมการเรียน ก็เป็นพิธีต้อนรับ

เริ่มจากการนำเราเข้าไปในโรงยิม บนเวทีมีกลองไทโกะ ชุดใหญ่ ยี่สิบตัว ตั้งอยู่ ผมก็คิดว่า เอาจริงเรอะ เด็กประถมนี่นะจะตีกลอง

พวกเรานั่งสักพัก ครูใหญ่ก็เดินมาฉายสไลด์เรื่องโรงเรียนนี่ให้เราดู โดยสรุปคือ เป็นโรงเรียนของชุมชน เน้นกิจกรรมให้ชุมชนมีส่วนร่วมกับโรงเรียน มีกิจกรรมาากมาย อาทิ วิ่งมาราธอน เก็บเห็ด พักค้างแรมบนภูเขาหลังโรงเรียน แจมในงานเทศกาลของหมู่บ้านต่างๆ และดูเหมือนเด็กแต่ละคนมันจะทำอะไรได้สารพัด ตั้งแต่ เล่นดนตรี เล่นกีฬา วัฒณธรรมพื้นบ้าน ทำกับข้าว ปั้นดินเผา ขี่จักรยานล้อเดียว

จากนั้นก็เป็นเด็กตีกลองครับ เอาจริงๆ ซะด้วยกลองยี่สิบตัว เด็กยี่สิบเอ็ดคน ตีเป็นเพลงได้ มันดีอีกตังหาก

จบแล้วเด็กๆ ก็ไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดพละ มากล่าวต้อนรับ เด็กหญิงอายาโนะ ชั้นป 6 พูดเป็นภาษาอังกฤษ เนื้อความว่า "เราดีใจที่มีเพื่อนจากแดนไกลมาหา ขอบคุณที่มาเยี่ยม ขอให้เล่นกันให้สนุก'

จากนั้นก็พาเราไปที่ซุ้มกิจกรรม ที่จัดในโรงยิมน่ะแหละมีซุ้มพับกระดาษ ซุ้มเขียนพุ่กัน ซุ้มลูกโยน ซุ้มวาดภาพ ซุ้มลูกข่าง เด็กๆ ก็สอนพวกเราเล่นเป็นที่หนุกหนาน จำได้ไหมครับว่าโนบิตะเป็นเซียนพันด้าย

พอเสร็จก็เป็นการแสดงเฮฮากัน เราต้องแสดงเป็นการขอบคุณเอาละเว้ย พวกเรามีการแสดงชุดเดียวนี่หวา ก็ตกลงว่าเอางั้นก็เอา ตัดฟันดาบออกเดี๋ยวเด็กกลัว แล้วก็เล่นโชวไปตั้งแต่ร้องเพลง เซิ้งกะลา(ไม่มีกะลา) และร้องรำเพลงแผ่นดินทอง เด็กๆ ก็ชอบใจมาเต้นมารำด้วยไม่ยั้ง

เสร็จจากตรงนี้แล้วก็เป็นการกล่าวอำลา คราวนี้เด็กชายยูดาอิ ป. 1 เป็นผู้กล่าวลา "เจ้าหนูพูดอังกฤษปนญี่ปุ่น บอกว่า ขอบคุณครับ เราสนุกมาก ขอให้โชคดี หวังว่าจะมาอีก"

ทางเราก็มีโอ๋ซังเป็นตัวแทน กล่าวตอบเป็นภาษาญี่ปุ่น เขียนโรมันหยิ (ตัวคาราโอเกะ) ท่องมาอย่างดี

โอ๋ซังขณะกำลังหลอกเด็กอ่าน กอ ไก่

จากนั้นก็เป็นการส่งพวกเรากลับ เด็กๆ ให้ของมาเป็นกระดิ่งดินเผาทำเอง คงไม่ได้เผาเองแต่ปั้นเองชัวร์ ของผมได้รูปช้าง (มีเขียนมาด้วยละว่า คุณช้าง) แล้วก็เด็กๆ ทำซุ้มมือให้เราลอดกลับ ซึ้งครับซึ้ง

เสียระฆังโรงเรียนดังขึ้น คาดว่าเป็นการเรียกรวมนักเรียน ผมมองกลับไปที่โรงเรียนเชิงเขา ก่อนจะขึ้นรถท่ามกลางฝนที่กำลังลงเม็ด ความรู้สึกพิกล ที่นี่มีบางอย่างเหมือนโรงเรียนของผมตอนประถม บางอย่างก็เหมือนโรงเรียนของโนบิตะในการ์ตูนที่ผมดูตอนหกโมงทุกวัน และมีอีกหลายอย่างที่ผมไม่เคยพบเจอมาเลย

ปล. มาถึงตรงนี้แล้ว

ทุกท่านน่าจะรู้สึกเหมือนผมว่า เด็กญี่ปุ่นได้รับการศึกษาให้รู้รอบเหลือเกิน เขาสอนอะไรต่ออะไรเด็กเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องดนตรี ที่บอกได้เลยว่าเล่นได้ทุกคน การพรีเซ็นต์หน้าชั้นที่ผมได้พูดก็ขึ้นเมื่อมหาลัยแล้ว ทำให้เด็กกล้าแสดงออกและเกิความคิดสร้างสรรค์ได้ อีกอย่างคือเรื่องการทำงานเป็นทีมที่หลายๆ คนประทับใจมาก

การให้การศึกษารอบด้านเช่นนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำได้ในโรงเรียนที่มีเด็กน้อยๆ อย่างนี้ ทำนองว่าเด็กน้อยก็เคี่ยวจนข้นคลั่ก

คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจผมทันทีคือ "ทำไมมันไม่เจ๊งวะ"

คำตอบคือ โรงเรียนนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากชุมชน และหมู่บ้าน ทำให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ค่าเล่าเรียนที่เก็บก็ถือว่าสูง พ่อเด็ก 21 คนต้องจ่ายตังที่ทำให้คน 6 คน มีชิวิตอยู่ได้ และเพียงพอต่อการพัฒนาปรับปรุงโรงเรียน

คำถามที่ตามมาคือ "ทำไมมันไม่ไปรวมกับโรงเรียนอื่น"

คำตอบคือ ไม่มีชุมชนไหนยอมให้โรงเรียนถูกยุบ ทุกคนบอกว่า ควรจะยุบรวม ประหยัดค่าใช้จ่ายและให้เด็กได้แข่งขันกัน แต่ นายยุบมารวมกับฉันสิ

คำถามสุดท้ายก็คือ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ละ ก็เป็นเพราะว่าเหตุผลสองประการ สรุปคือโรงเรียนเยอะเด็กน้อย โรงเรียนมีทุกหมู่บ้านจากการขยายการศึกษา เด็กน้อยลงการการที่หนุ่มสาวน้อยลง ค่านิยมผู้หญิงไม่แต่งงาน หนุ่มสาวย้ายเข้าเมือง ไม่นิยมมีลูกเพราะเสียค่าใช้จ่ายมาก หลายประการรวมกัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้

Comment

Comment:

Tweet

โดกโดบิตะคุง

#13 By (115.67.56.150) on 2010-08-08 19:46

สงสานโดบิตะจังเลยคะ ฮื...ฮื ฉันจะไม่ได้เจอโดบิตะและโดราเอม่อนอีกแล้ว โดบิตะตายแล้วที่หลังบ้านน่าสงสานโดบิตะจัง

#12 By (115.67.56.150) on 2010-08-08 19:44

ชอบสำนวนการเขียน ดีครับ



แค่ชื่อเรื่อง ก็น่าติดตาม แล้วอ่ะ double wink

#11 By วังน้ำเขียว (114.128.179.187) on 2009-11-16 15:31

ผู้เขียนสรุปแทนแล้วค่ะ ชอบ

#10 By อารยา เพ็งนิติ (58.8.138.197) on 2009-09-07 13:22

#9 By อ (58.8.138.197) on 2009-09-07 13:20

#8 By รัรัตะสิมรเวก (125.26.220.113) on 2009-07-24 19:12

sad smile

#7 By (125.26.220.113) on 2009-07-24 19:12

พพัพั

#6 By พำพั (125.26.21.181) on 2007-12-01 17:56

ตอนนี้ทำงานอยู่โตเกียว ได้ความรู้จากเวปนี้เยอะจริงๆ .... เล่าได้สนุกดี

#5 By nut (202.212.4.79) on 2007-03-11 21:02

อยากไปบ้างจังเลย แต่สงสัยจัง แล้วก็แปลกใจว่าคนไรสูง 1 เมตร

#4 By Fern's on 2007-02-22 14:19

mukthai@hotmail.comค่ะ

#3 By muk (124.120.9.19) on 2007-01-02 20:41

พอดีว่าsearchหาเรื่องเกี่ยวกับฮิโรชิมา เลยเข้ามาในเวปไซด์นี้ อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนประถมที่ฮิโรชิมานี้ แต่copyไม่ได้เลย อยากจะรบกวนส่งมาให้ได้รึเปล่าค่ะ
คือทำรายงานอยู่อ่ะค่ะ
ตอนแรกว่าจะพิมพ์เอง แต่ก็ไม่มีเวลาเลย
จะเป็นการรบกวนเกินไปรึเปล่าค่ะ
ช่วยนิดนึงนะค่ะ

#2 By muk (124.120.9.19) on 2007-01-02 20:40

น่ารักมากๆ.....

#1 By tee (203.185.94.201 /172.16.10.106) on 2006-12-14 10:14