สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน

อัพเดทรับปีใหม่นี้ เอาเรื่องของอาหารปีใหม่ของชาวญี่ปุ่นมาดูกัน

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับพิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์มาก นับได้ว่ามากยิ่งกว่าต้นกำเนิด คือประเทศจีนเสียอีก คงมีไม่กี่ประเทศในโลกที่ก่อนกินข้าวและหลังกินข้าว ต้องพูดคำบังคับ การลาจาก การเชิญเข้าบ้านที่มีคำบังคับมากมาย และมีมารยาทปลีกย่อยที่ชาวต่างชาติอย่างเราๆจะประหลาดใจเอาได้ง่ายๆ

วันขึ้นปีใหม่ของญี่ปุ่น ถือเป็นโอกาสที่สำคัญมาก มีพิธีกรรมต่อเนื่องยาวนานหลายอย่าง ทั้งการแต่งชุดกิโมโนไปไหว้ศาลเจ้า การบริจาคเงินทำบุญ เสี่ยงเซียมซี การต้มน้ำ ชงชาครั้งแรกของปี การอาบน้ำครั้งแรกของปี และการกินอาหารปีใหม่ ที่เรียกว่า "โอโซนิ และ โอเซจิ" ที่เป็นหัวข้อของเราในวันนี้

โอโซนิ

โอโซนิ เป็นอาหารที่กินเป็นอย่างแรกของปี หลังจากดื่มสาเกหรือชาครั้งแรกของปีใหม่แล้ว บางทีจะกินในตอนเช้า แต่ในกรณีที่มีการเลี้ยงฉลองข้ามปี โอโซนิจะถูกยกมาตอนระฆังเที่ยงคืนตีเสร็จ เท่ากับเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยโอโซนิ

โอโซนิ ก็คือน้ำซุบต้ม แล้วใส่แป้งโมจิลงไป มีวิธีทำหลายร้อยหลายพันวิธีเป็นแบบฉบับของแต่ละท้องที่แต่ละบ้าน ถ้ามองด้วยสายตาคนไทยจะคล้ายกับเกี๋ยมอี๋น้ำนั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนจากเส้นเกี๋ยมอี๋เป็นแป้งโมจิ

สาเหตุทีกินโอโซนิ อาจมาจากหลายสาเหตุคือ เป็นซุปที่ทำง่ายๆ กินง่าย อบอุ่นสบาย โมจิทำให้อยู่ท้อง และการที่เอาโมจิลงไปต้มในซุป เป็นการทำให้โมจิร้อนและนิ่มขึ้น จากเดิมที่น่าจะแข็งเป็กเพราะอากาศเย็น

โอโซนิ มีความหมายถึงการเชื่อมความสัมพันธในครอบครัว โมจิจะยืดเหนียว ทำให้ความสัมพันธเหนียวแน่น

วันนี้มีสูตรโอโซนิมาฝากด้วยหนึ่งสูตร ว่างๆลองดัดแปลงทำกันดูน่อ เป็นสูตรของเชฟ อาสุมิ โนบุยากิ

ขั้นแรก ทำน้ำซุป โดยใส่สาหร่ายคอมบุ และกุ้งแห้งป่นลงในน้ำ ใส่โชยุ เกลือ และสาเกหนึ่งช้อน ต้มให้เดือด รอจนกุ้งแห้งนอนก้นแล้วกรองเอาส่วนที่ใส จากนั้นใส่เครื่องปรุง คือ หัวไชเท้า แครอท เห็ดหอม ต้นหอมหั่น และ โมจิย่างไฟหนึ่งก้อนต่อหนึ่งคน เคี่ยวไฟอ่อนพอเดือด โมจินิ่มก็ ตักเสริฟได้เลย

นี่อีกสูตรหนึ่งครับ จากบล็อคของคุณ JAN เป็นสูตรโอโซนิเนื้อไก่ น่ากินชะมัด

โอเซจิ

โอเซจิ เป็นอาหารที่กินต่อจากโอโซนิ หรือเป็นมื้อหลักของวันปีใหม่ก้ว่าได้

โอเซจิแบบประหยัด

โอเซจิแบบเต็มสูบ

อาหารปีใหม่ของคนญี่ปุ่น เป็นของมงคล ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทั้งสิ้น เราลองมาดูกัน ว่ามีความเป็นมาอย่างไร

=========================================

ความเป็นมาของอาหารวันขึ้นปีใหม่ (Oshougatsu ryouri) โดย ต่อจรัส พงษสาลี

oshougatsu= วันขึ้นปีใหม่

ryouri =อาหาร

===============

ในวันขึ้นปีใหม่ของญี่ปุ่นนั้น บ้านคนญี่ปุ่นโดยทั่วไปมักจะมีอาหารพิเศษ ที่มักจะทานกันเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ เรียกว่า Osechi ryouri ซึ่งเป็นอาหารที่จะเริ่มทานกันในครอบครัวตั้งแต่เช้าวันที่ 1 มกราคม ถึงประมาณวันที่ 3 มกราคม

นอกจากนั้นอาหารปีใหม่นี้ นับว่าเป็นอาหารเทศกาลที่มีราคาค่างวดค่อนข้างจะแพงทีเดียว โดยเฉพาะร้านอาหารที่มีชื่อเสียง บางร้าน สนนราคาประมาณ 3-5 หมื่นเยน บางร้านหรือบางชุดราคาเป็นแสนเยนเลยทีเดียว ทำไมเจ้าอาหารปีใหม่นี้ทำไมถึง เป็นที่นิยมสำหรับครอบครัวคนญี่ปุ่นนัก มีอะไรเป็นส่วนประกอบกันบ้าง และทำไมถึงมีราคาแพงนัก ผมจะลองแจกแจงให้ ทุกท่านทราบต่อไปครับ

Osechi นั้นในสมัยก่อนเรียกว่า Osechiku ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายถึงสิ่งของที่ถวายเทพเจ้าในช่วงเทศกาล หรือ (sekku) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 เทศกาล คือ วันที่ 1 เดือน 1/ วันที่ 3 เดือน 3 / วันที่ 5 เดือน 5 / วันที่ 7 เดือน 7 และวันที่ 9 เดือน 9 ซึ่งต่อมาการทำอาหารถวายเทพเจ้าได้แพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไป และได้ประชาชนได้ทำทานเอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้มีการดัดแปลงการเรียกชื่อเป็นOsechi

การทานอาหารปีใหม่นี้ ถือว่าเป็นการขอพรเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงและนำมาซึ่งความสุขในช่วงหนึ่งปีจากนี้ไป การ เรียกชื่ออาหารปีใหม่ว่า Osechi ryouri นี้ สันนิษฐานว่าเพิ่งเริ่มใช้ในช่วงปลายสมัยเอโดะหรือประมาณ 200 กว่าปีมานี้เอง นับได้ว่าเป็นวัฒนธรรมการกินที่เกิดขึ้นมาใหม่ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการกินดั้งเดิมของญี่ปุ่น

อาหารปีใหม่มักจะกล่าวกันโดยทั่วไปว่า เป็นอาหารที่ไม่ค่อยมีรสชาติ มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเพียงนิดหน่อย แถมยังมี จำนวนไม่มากอีกต่างหาก แต่หากมองในมุมกลับกัน อาหารปีใหม่ของญี่ปุ่นนั้นส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ทำจากผักเสียเป็น ส่วนใหญ่ ดีต่อสุขภาพ แต่รูปร่างหน้าตาของอาหารปีใหม่ในแต่ละครัวเรือนก็มีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป

โดยตามธรรมเนียมเดิมแล้ว อาหารปีใหม่จะประกอบด้วยอาหาร 5 ชั้นด้วยกัน (เพราะส่วนใหญ่มักใช้ทานสำหรับ 3 วัน แต่ในปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องจำนวนชั้นของอาหารเท่าใดนัก ส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับวัตถุดิบหลักที่นำมาใช้ ประกอบอาหารมากกว่า)

ส่วนประกอบหลักของอาหารปีใหม่ที่มีรูปร่างหน้าตาและเป็นที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบันนี้ เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปลายสมัยเอโดะ ซึ่งมักจะนำวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารที่มีชื่อ หรือความหมายที่เป็นมงคล

=========================================

วันนี้ผมเอาตัวอย่างอาหารปีใหม่ 3 ชั้น มาแยกแยะดู ว่าใส่อะไรบ้างนะครับ

ชั้นที่ 1 อาหารหลัก

1 ยอดเฟริน หมายถึงความงอกงาม

2 kuri kinton ของหวานทำจากเนื้อลูกเกาลัดเป็นคำพ้องกับ คินตัน ทีแปลว่า ทรัพยสมบัติ

3.kouhaku kamaboko เนื้อปลาบดแล้วนึ่งเป็นก้อน มีสีขาวและแดงซึ่งเป็นสีมงคลใน การเฉลิมฉลอง

4.suu no ko ไข่ปลา หมายความถึงการมีลูกหลานมากมาย เหมือนไข่ปลา

5.kuromame ถั่วดำเม็ดใหญ่ ซึ่งมีเสียงพ้องกับคำว่ามาเมะ แปลว่างานทำให้การทำงานก้าวหน้า

6.ta dukuri ปลาเล็ก มีเสียงพ้องกับ ต้า หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชผล

7.nishiki tamago ไข่หวานสองสี ทำจากไข่ขาวและไข่แดง หมายถึงเงินและทอง โรยหน้าด้วยใบนันเท็น หมายถึง ปลอดภัย

8.kachiguri เกาลัดตากแห้ง มีเสียงพ้องกับคำว่า คัทสุ แปลว่าชัยชนะ

9.date maki อาหารที่นำไข่มาม้วน การม้วนจะเหมือนกับม้วนตำรา หมายถึงความเจริญด้านศิลปวัฒณธรรม

ชั้นที่ 2 ของปรุงรสหวาน หมายรวมถึงความหวานของชีวิต

1. รากบัวต้ม หมายถึงความสะดวกสบาย

2sato imo เผือก เนื่องจากเผือกมีหัวเล็กๆอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เปรียบเทียบกับการมีทรัพย์สมบัติ

3 kinpira gobou โกโบะ เป็นผักประเภทหนึ่งที่มีความทนทาน และความแข็งมากชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความหมายว่า ทานผักชนิดนี้แล้วจะทำให้ร่างกายแข็งแรง

4 กระหล่ำปลีต้มหวาน

5 ปลาปรุงรสหวาน

ชั้นที่ 3 ของต้มรสเค็ม สำหรับกินแก้เลี่ยน

1 แครอท

2 เห็ดหอม

3 หัวบุก

4 เต้าหู้ห่อผัก

5. ต้นฟุคิ (ผักชนิดหนึ่ง คล้ายคึ่นช่าย)

6.ฟองเต้าหู้

นอกจากนั้นยังมีอาหารประเภทอื่นๆ ที่มีความหมายดี และมักจะถูกใส่ในชุดโอเซจิอีก เช่น

konbu สาหร่ายทะเลใบแข็ง มีเสียงพ้องกับคอมบุที่หมายถึง ความยินดีปรีดา

tai ปลาไท มีเสียงพ้องกับไท้ที่แปลว่า เฉลิมฉลอง

ebi กุ้ง หมายความถึงอยู่จนแก่เฒ่าหลังโค้ง

daidai ผลไม้ประเภทส้ม มีเสียงพ้องกับคำว่า ไดไดหมายความถึง รุ่นต่อรุ่น ตีความหมายได้ว่า มีลูกหลานสืบสกุล ต่อไปหลายๆ รุ่น

ก็ขอจบรายการอาหารปีใหม่เพียงเท่านี้

สาเหตุทีญี่ปุ่น มีอาหารปีใหม่ และพัฒนาวัฒณธรรมอาหารปีใหม่จนซับซ้อนขนาดนี้ คาดว่า เป็นเพราะนิสัยความเป็นระเบียบของชาวญี่ปุ่นประกบอกับความชาตินิยม และคติการใช้สัญลักษณ์มงคลของจีน ผสานกันจนออกมาเป็นอย่างที่เห็นนี้นั่นเอง

ปัจจุบัน Osechi Ryori กลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้มหาศาลในช่วงปลายปี ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักคือสาวญี่ปุ่นที่แต่งงานแล้ว แต่ยังคงทำงานอยู่ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รองไปคือลูกค้าที่ซื้อ Osechi Ryori เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับญาติหรือเพื่อนสนิท พร้อมกับบริการจัดส่งให้ถึงที่

ขอความสุขความเจริญ จงมีแด่ทุกท่าน สวัสดีปีใหม่ครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอให้มีความสุข

คิดสิ่งใดให้สมปราถนา ทุกๆประการ

สุขภาพร่างกาย แข็งแรง

ร่ำรวย ยิ่งๆๆขึ้นไป

นะค่ะ

#1 By on 2006-12-31 18:36

โอ้....น่าทานมากๆเลยค่ะ คนญี่ปุ่นละเอียดอ่อนเรื่องอาหารจริงๆ

แต่โอเซจินี่...ท่าทางกินชั้นเดียวคงอิ่มแย่เลยแฮะ

Happy New Year ค่ะ

#2 By *。::Eda::。* on 2006-12-31 18:40

น่ากินจังเลย อยากกินอีกจัง จำได้ว่าตนเด็กๆเคยนั่งกินตอนปีใหม่ 555+
happy new year นะเจ้าค่ะ
หวัดดีปีใหม่นะลุง

ไว้เจอกันอย่าลืมให้แต๊ะเอียเค้านะ

#4 By soldevi on 2006-12-31 19:17

สวัสดีปีใหม่คะ

#5 By on 2006-12-31 23:19

tongue surprised smile

#6 By (125.25.53.16) on 2008-08-13 19:20

หิวจางเยยคร่าsad smile sad smile confused smile question question

#7 By เบอิ (125.25.27.225) on 2008-12-14 19:45

big smile big smile open-mounthed smile

#8 By (202.29.69.2) on 2009-04-27 09:52

เด้เรี้เกะเรก้ะกะรไรดะฟำยนิแม้ทเอิผดาผสดembarrassed sad smile

#9 By (61.7.231.126) on 2010-01-27 09:10

อาหารน่าทานชะมัดเลยอะ question

#10 By (61.7.231.126) on 2010-01-27 09:12

อาหารน่าจะอาหย่อยนะ

#11 By (61.7.231.126) on 2010-01-27 09:12

โจอี้ผีสึ่งตึงตั๊วะembarrassed embarrassed

#12 By (61.7.231.126) on 2010-01-27 09:14