ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลเป็นอันมาก

เทศกาลที่รับมาจากต่างประเทศ เช่นวันวาเลนไทน์ นี้ชาวญี่ปุ่นโดยเฉพาะวัยรุ่นก็ให้ความสำคัญไม่น้อย

อย่างที่กล่าวมาแล้วในเทศกาลปีใหม่ ว่าชาวญี่ปุ่นมีขั้นตอนอะไรเยอะแยะเต็มไปหมดเมื่อฉลองปีใหม่กัน

ภาพที่เราเห็นจนชินตาตามการ์ตูน คือ การที่สาวๆ ให้ชอตโกแลตหนุ่มๆ ในวันวาเลนไทน์ แต่ทำไมต้องช็อกโกแลต ? มันเป็นมุขคำพ้องเสียงของญี่ปุ่นอีกหรือเปล่า

ที่จริงแล้ว การให้ชอกโกแลตนี้ มีสาเหตุมาจากการโฆษณาของบริษัทขายขนมเท่านั้นเอง แต่ว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้รับความนิยมสูง จนเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมายาวนาน

ปี 1938 บริษัทชอกโกแลตชื่อ Morozoff คิดเคมเปญในการขายชอกโกแลต โดยทำเอาธรรมเนียมการส่งของขวัญในวันวาเลนไทน์มาเผยแพร่ โดยโฆษณาว่า วันวาเลนไทน์ เป็นวันแห่งความรัก ควรจะมอบของขวัญให้แก่คนรัก และออกแคมเปญให้มอบชอกโกแลตเป็นของขวัญ ในขั้นนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าควร สินค้าที่ขายดีเป็นเพียงชอกโกแลตชั้นเล็ก ราคา 3 ชิ้น 50 เยน

http://www.morozoff.co.jp/valentine/2007/index.html เวปของบริษัทนี้จ้า

หลังจากนั้นในปี 1958 ร้าน Mary's Chocolate นำแคมเปญนี้มาใช้อีกครั้ง และโฆษณาว่า ให้สาวๆ มอบชอกโกแลตเป็นของขวัญให้ผู้ชายกันเถอะ เหตุผลที่โปรโมทว่าให้ผู้หญิงเป็นผู้มอบชอกโกแลตนั้น เพราะว่าแคมเปญจัดที่ห้างอิเซตัน ลูกค้าส่วนใหญ่ของห้างนี้เป็นผู้หญิง ในงานนี้มีการผลิตชอกโกแลตรูปหัวใจ และรูปอื่นๆ ที่สวยงามเหมาะกับการให้เป็นของขวัญ แคมเปญนี้จัดขึ้นทุกปี จนบริษัทอื่นๆทำตาม

ในปี 1970 สมาคมชอกโกแลตและโกโก้ของญี่ปุ่น (ญี่ปุ่นชอบรวมตัวกันเป็นสมาคมเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองครับ มีสมาคมอาชีพต่างๆ เป็นพันๆ สมาคม สมาคมท้องถิ่นเป็นหมื่น) ได้ประกาศให้วันที่ 14 กพ ของทุกปี เป็นวันแห่งชอกโกแลต

โดยสรุป ประเพณีให้ชอกโกแลตในวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่น มีกำเนิดมาจากกลยุทธการตลาดของบริษัทขนมนั่นเอง

สาเหตุที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องยาวนานก็คงเป็นเพราะว่าชาวญี่ปุ่นชอบการให้และรับของขวัญอยู่แล้ว และชอบมากที่จะมีอาหารพิเศษในเทศกาลต่างๆ ดังนั้น แคมเปญนี้เรียกว่าจัดได้เหมาพสมกับสภาพแวดล้อมและวัฒณธรรมของญี่ปุ่นก็ว่าได้ ถ้าจัดเมืองไทยคงยากครับ ร้อนก็ร้อน และคนไทยไม่ค่อยมีประเพณีให้ของขวัญกันเท่าไรนัก

ประเด็นที่ผมสนใจคือ วันวาเลนไทน์ เป็นวันที่ผู้หญิง มีโอกาส สารภาพรักกับผู้ชายได้โดยไม่เคอะเขิน โดยสังคมของญี่ปุ่นนั้น ผู้หญิงจะมีสิทธิเสียงน้อยเมื่อเทียบกับสังคมบ้านเรา วาเลนไทน์ในปี 1958 เป็นโอกาสแรกที่ให้ผู้หญิงทำการเชิงรุกกับชายได้ ดังนั้นจึงได้รับความนิยมต่อเนื่องจนกลายเป็นธรรมเนียม

แต่ในเมื่อต้นตอมาจากการโฆษณา ดังนั้นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานั้นก็เปลี่ยนแปลงได้ตามความพึงพอใจ จากเดิมที่มีการให้ชอกโกแลตกับคนรักอย่างเดียว ก็ปรับรูปแบบเป็นดังนี้

ในวันวาเลนไทน์ สาวๆ ญี่ปุ่นมีภาระต้องหาชอกโกแลตให้บุคคลต่อไปนี้

1.คนรัก หรือแฟน มักจะเป็นชอกโกแลตที่ทำเอง (ทำเองแต่ให้ชุดทำชอกโกแลตด้วยมือ ที่สะดวกรวดเร็วสวยงาม มีขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป) หรือถ้าไม่ทำเองก็จะซื้อชอกโกแลตที่ตกแต่งอย่างดีให้

2.ผู้ชายในครอบครัว เช่น คุณพ่อ พี่ชายที่แสนดี ทีมงานที่สนิทสนมกัน ระดับและราคาจะย่อมเยากว่า

3.เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนที่ทำงาน หัวหน้า คนรู้จัก ในระดับนี้คือ ชอกโกแลตที่ให้ตามมารยาท คือให้ไปเพราะรู้จักกันหรือตามมารยาทนั่นเอง มักจะเป็นชิ้นเล็กๆ ราคาถูก

White Day

นี่ก็เป็นวันที่เกิดในญี่ปุ่นอีกเช่นกัน เป็นวันคู่กับวาเลนไทน์ วันที่ 14 มีนาคม ก็หนึ่งเดือนหลังวาเลนไทน์พอดี จุดเริ่มคือร้านขนมชื่อ Ishimura Manmorido ที่ฟุกุโอกะ มีการโปรโมทให้ของขวัญที่เป็นสีขาว เช่น มาชเมลโลว เข้าใจว่าจะให้เป็นสีขาว +แดงของวาเลนไทน์ สีมงคลของญี่ปุ่น

ทางสมาคมอุตสาหกรรมลูกกวาดของญี่ปุ่น จึงบัญญัติให้ White Day เป็นวันแห่งลูกกวาด และให้ของขวัญกันเป็นลูกกวาดด้วย

White Day เป็นวันที่ผู้ชายจะให้ของขวัญแก่ผู้หญิง เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่ให้ของในวันวาเลนไทน์ หรือไม่ก็เป็นการสารภาพรักกับผู้หญิงที่ชอบอยู่ ของที่นิยมให้คือ คุกกี้ และไวท์ชอกโกแลต

ปัจจุบันประเทศที่มีวัน WhiteDay มีเพียงเกาหลีและญี่ปุ่นเท่านั้น

Black Day

วันนี้ผมก็เพิ่งได้ยินชื่อตอนมาค้นข้อมูลนี่แหละ

เป็นวันที่มีในญี่ปุ่นและเกาหลีอีกเช่นกัน เป็นวันที่ต่อเนื่องจาก White Day ไปอีกหนึ่งขยัก กล่าวคือ

ในเกาหลี ตรงกับวันที่ 14 เมษายนหลังไวท์เดยไปเดือนนึง เป็นวันที่คนที่ไม่ได้ชอกโกแลตหรือของขวัญในวันวาเลนไทน์ หรือไวท์เดย์ จะใส่เสื้อผ้าสีดำออกมาเดินไปตามถนน และกินหมี่ราดซอสหมึกดำ (จาจาเหมี่ยน)เป็นการประชดตัวเองและเป็นเทศกาลปลอบใจไปในตัวด้วย ได้ข่าวว่าบางคู่ก็พบรักกันในวันนี้ เพราะการที่ออกมาเดินตามถนนในวันนี้เป็นเครื่องหมายว่ายังโสดสนิท

จาจาเหมี่ยนจ้า

ในญี่ปุ่น คือวันที่ 15 กพ ถัดจากวาเลนไทน์ มีไว้ให้ผู้หญิงให้ของขวัญกับคนที่คนเกลียดหรือไม่ชอบเพื่อแสดงว่า "ฉันเกลียดแก อย่ามาตื้อนะ" ของที่ให้จะเป็นอะไรแปลกๆ เช่น ชอกโกแลตรูปหัวกระโหลก หรือชอกโกแลต 44 แท่ง (4 =ซี้=ตาย) วันนี้เรียกอีกอย่างว่า Black Valentine

เหตุที่เกิดสองวันนี้ขึ้น ผมเข้าใจว่าเป็นผลสะท้อนของทั้งสองเทศกาลในด้านตรงข้าม วันวาเลนไทน์ กับไวท์เดยนี้ใครทีคนรักก็แฮปปี้กันไป คนโสดที่ห่อเหี่ยวก็หาทางออกด้วยวิธีนี้แหละ ทำนองว่า ข้าก็ขอเอามั่ง เชื่อว่า Black Day นี่คงจะไม่ครึกครื้นเท่าวาเลนไทน์ ยิ่งในญี่ปุ่นคงไม่มีวันเป็นเรื่องเป็นราวดอก แต่ในเกาหลีก็เป็นเทศกาลที่คึกคักไม่น้อยเหมือนกัน

===========================================

ประวัติของวันวาเลนไทน์ดั้งเดิม (นำมาจากเวปของคุณ yamashita)

วันวาเลนไทน์เริ่มมาจาก เมื่อศตวรรษที่ 3 มีบาทหลวงองค์หนึ่งชื่อ เซนต์ วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับการที่จักรพรรดิ คราวเดียสที่ 2 แห่งโรม ห้ามไม่ให้เหล่านักรบแต่งงาน เนื่องจากเกรงว่าหากนักรบมีครอบครัวแล้ว จะทำให้คุณภาพของกองทัพด้อยลง เซนต์ วาเลนไทน์ จึงทำการแอบจัดพิธีอย่างลับๆให้กับเหล่านักรบที่มีความต้องการจะแต่งงาน แต่เรื่องก็เข้าไปถึงหูของจักรพรรดิ์ ทำให้เซนต์ วาเลนไทน์ ถูกสำเร็จโทษเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีคศ 269 ด้วยการทุบตีจนตาย

เหล่าหนุ่มสาวที่ได้แต่งงานกันเพราะความช่วยเหลือของเซนต์วาเลนไทน์ จึงเลือกวันที่ 14 กพ ซึ่งเป็นวันตายของเซนต์วาเลนไทน์ เป็นวันระลึกถึงท่านเซนต์วาเลนไทน์ เพื่อแสดงความขอบคุณและความเศร้าโศกในการตายของท่าน และหลังจากนั้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 14 หนุ่มสาวหลายคู่ได้ส่งของขวัญหากันและกัน และเป็นวันที่ใช้สำหรับสารภาพรัก กันในแถบยุโรปและอเมริกา และกระทำกันเรื่อยมาทุกๆปีตั้งแต่จากนั้นเป็นต้นมา

และเนื่องจากในตอนที่เซนต์ วาเลนไทน์ โดนจับอยู่นั้น ลือกันว่าเขาได้เขียนจดหมายรักจ่าหน้าไปถึงหญิงคนหนึ่งที่เขาตกหลุมรักอยู่ (บางกระแสข่าวคือลูกสาวของผู้คุมเรือนจำ ที่เข้ามาดูบางหลวงที่ถูกจับอยู่)ก่อนที่จะถูกสำเร็จโทษ ในต่างประเทศก็จะมีหนุ่มสาวส่งการ์ดถึงกันและกันในวันวาเลนไทน์ด้วย

ข้อมูลที่เขียนวันนี้ได้มาจากบล็อกนี้ครับ http://yamashitakumiko.exteen.com/20051027/valentine-s-white-day ขอบคุณมากจ้า


edit @ 2007/02/14 14:13:22

Comment

Comment:

Tweet

#6 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-27 15:49

hell nosad smile

#4 By kok (203.148.253.18) on 2009-03-18 16:25

#3 By (125.24.134.251) on 2007-10-25 12:05

กว่าจะอ่านจบ อิอิ ขอบคุณครับที่นำความรู้มาแชร์กัน

#2 By *~ Love is all around ~* on 2007-02-15 10:03

โอ้ว หลายเรื่องรู้มาแล้วนะ แต่เพิ่งรุ้มี Black Valentine กับเขาด้วย ขอบคุณสำหรับความรู้ นะคะ :D

#1 By chibi on 2007-02-14 14:50