กลับจากมาเลเชียน้องหญิงบอกว่า จะ "พาไปขึ้นสวรรค์" ผมก็ดีใจเป็นหนักหนา

เอาละ ที่ที่น้องหญิงจะพาขึ้นสวรรค์ ก็คือ เขาคอหงส์ครับ อยู่ชานเมืองหาดใหญ่

ทางขึ้นคือสวนสาธารณะประจำเมืองหาดใหญ่

ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์โตมาก นอกจากเจ้าแม่กวนอิม ยังมีเทพเจ้าจีนองค์อื่นๆ อยู่อีกมากมาย

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทพเจ้าของจีนนะครับ จีนจะแบ่งเทพออกเป็นสองกลุ่ม คือ พระ และ เจ้า ตามคติมหายาน

ระดับสูงสุด

พระ หมายความถึงผู้ที่บรรลุธรรม แล้ว อยู่ในเพศบรรพชิต สั่งสอนธรรมะแก่เวไนยสัตว์และเทพชั้นรองลงมา ยังแบ่งออกเป็น

พระพุทธเจ้า หรือ ฮุดโจ้ว คือผู้ที่ ขึ้นสู่พุทธภูมิแล้ว สอนธรรมะแก่เทพและโพธิสัตว์เพื่อให้บรรลุธรรมขั้นสูงเท่านั้น ไม่ลงมาในโลกมนุษย์ มีหลายองค์ เช่น พระอมิตาภพุทธเจ้า (ออหนี่ถ่อฮุด) พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า (เจ้าชายสิทธัตถะ) พระไภษัชคุรุพุทธเจ้า เป็นต้น

พระโพธิ์สัตว์ หรือผ่อสัก ตามชื่อคือ เป็นร่มโพธิ์ให้กับสัตว์ หมายถึงผู้ที่บรรลุแล้วแต่ยังวนเวียนโปรดสัตว์อยู่ และรอการเข้าสู่พุทธภูมิเพื่อเป็นพระพุทธเจ้า เช่นพระโพธิสัตว์กวนอิม (กวนซีอิมผ่อสัก) พระศรีอาริยะเมตรัยโพธิสัตว์ (องค์นี้รอคิวเป็นพระพุทธเจ้า)

กล่าวโดยรวมก็เหมือนกับคณะสงฆ์นั่นเอง

ระดับรอง

เจ้า หรือ เทพเจ้า คือผู้ที่มีฤทธิ์อำนาจ คอยดูแลควบคุมธรรมชาติ และผู้คน มักจะมีคำต่อท้ายว่า เอี้ย หรือ กง (นายท่าน - ปู่) มีหน้าที่ต่างกันไปตามขอบเขตอำนาจ มีทั้งบุ๋นและบู๊

กล่าวโดยรวมคือคณะรัฐมนตรี มีเง็กเซียนฮ่องแต้เป็นนายก

ระดับสาม

เซียน คือบุคคลธรรมดาที่ปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมขั้นต้น มีความเป็นอยู่ทีไม่ใช่มนุษย์แล้ว ไม่แก่เฒ่า กินดื่มทิพย์เหาะเหินเดินอากาศได้ เซียนจะเหาะเหินไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าเพื่อบรรลุเป็นโพธิสัตว์ต่อไป เซียนมีจำนวนมากมาย ที่โด่งดังคือคณะแปดเซียน

ระดับสี่

สัญลักษณ์มงคล ภาพบุคคล หรือสัตว์ที่ถือว่าเป็นมงคล บูชาแล้วจะประสบโชค เช่น ฮกลกซิ่ว ปี่เซี่ยะ กิเลน สิงโต เต่าเป็นต้น

อันนี้กล่าวโดยสังเขปนะครับยังมีรายละเอียดอีกเยอะ ที่เล่าไปเพื่อให้รู้ว่าองค์ไหนคืออะไรเท่านั้น เราไปชมแดนสวรรค์กันดีกว่า

ทางเข้า คือสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

เริ่มมาก็เป็นพระพรหม

พระพรหมเป็นเทพตามคติพราหมณ์มีพาหนะเป็นหงส์ ที่นี่คือเขาคอหงส์ก็สอดคล้องกันดีแต่ยังสงสัยว่าทำไมถึงถวายช้างกันมากมายขนาดนี้ ช้างตัวโตๆ ก็มีชื่อชาวไต้หวันบ้าง สิงค์โปรบ้างเสียด้วยสิ (น้องหญิงแสดงแบบ) เข้าใจว่าเป็นเพราะรูปปั้นขี่ช้างกระมัง

จากพระพรหมไปจุดสูงสุดของเขาคอหงส์ ที่นี่ประดิษฐานพระพุทธรูปครับ ตรงกับคติที่ว่า พระพุทธเจ้าอยู่สูงสุด พระโพธิสัตว์รองลงมา แล้วจึงเป็นเทพเจ้า

พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ด้านในของกำแพงรอบพระพุทธรูปมีคติธรรมสองภาษาเขียนไว้โดยรอบ

สามสาวชาวหาดใหญ่ครับ

ด้านหน้าพระเป็นจุดชมวิว มีชาวหาดใหญ่และนักท่องเที่ยวมาจำนวนมาก นักศึกษาก็ไม่น้อย บ้างก็ปูเสื่อปิคนิดกันเป็นที่สนุกสนาน

เมื่อมืดลง ไฟที่ฐานพระส่องต้ององค์งงดงามดั่งทอง

ด้านล่างคือ ที่ประดิษฐานโพธิสัตว์กวนอิม และประตูสวรรค์ ทางเข้าที่อยู่ของเง็กเซียนฮ่องเต้

น่าเสียดายว่าผมไปถึงตอนเย็น ภาพพระโพธิสัตว์กวนอิมสีขาวล้วนจึงไม่ชัดเจนนัก

ด้านข้างคือกิมท้งเง็กนึ้ง(ราชบุตรทอง ธิดาหยก) เด็กรับใช้พระโพธิสัตว์

ที่รอบๆ คือท้าวจาตุมหาราชิก บางคนคงจะคุ้นๆ จากการ์ตูนเรื่อง RGVEDA มาบ้างนะครับ

อันว่าท้าวทั้งสี่นี้คือจตุโลกบาล มีหน้าที่คุ้มครองโลก ประจำทิศทั้งสี่ ประกอบด้วย ท้าววิรุฬหก (ใต้) ท้าววิรุฬปัก(ตะวันตก) และท้าวเวสสุวัน(เหนือ)

เมื่อเทียบกับเทพของญี่ปุ่นแล้วจะได้ดังนี้

ท้าวธตรฐ(ตะวันออก) เทียบกับญี่ปุ่นคือจิก๊กกุเท็น เป็นใหญ่เหนือคนธรรพ์ -เค็นดับปะโอ

ท้าววิรุฬหก (ใต้) เทียบกับญี่ปุ่นคือโซโจเท็น เป็นใหญ่ในเทวดา

ท้าววิรุฬปัก(ตะวันตก) เทียบกับญี่ปุ่นคือโคโมคุเท็น เป็นใหญในพวกครุฑและนาค

ท้าวเวสสุวัน(เหนือ) เทียบกับญี่ปุ่นคือบิชามอนเท็น เป็นใหญ่ในพวกยักษ์

ใต้ฐานองค์เจ้าแม่เป็นแปดเซียน ปั้นสวยมาก ตอนที่ผมไปดึกแล้วเขาเลยปิดไม่ให้เข้า

ประตูมังกร ทำเป็นปากมังกรขนาดใหญ่มาก ให้เดินขึ้นแดนสวรรค์ ใช้น้องหญิงเป็นโมเดลอีกแล้วครับ

ต่อไปคือพระสังกัขจายน์ อยู่หลังประตูมังกร

พระสังกัขจาย์นี้ อันที่จริงคือร่างจำแลงของพระเมตรัยโพธิสัตว์

รูปพระโพธิสัตว์องค์นี้ ความจริงเป็นรูปปั้นของพระ

เป็นชาวเมืองฮ่องฮัว มณฑลเม่งจิว เจ้าของฉายาว่า

พระเมตไตรย คือ พระเมตไตรย แบ่งกายเป็นพันหมื่นโกฏิ ให้คนได้เห็นทุกเวลา แต่คนก็ไม่รู้จัก

ฉะนั้น บรรดาพุทธสาวก จึงต่างสันนิษฐานว่า ท่านเป็นพระเมตไตรยมาโปรดแล้วเลยบอกฉายาท่านว่า พระเมตไตรยโพธิสัตว์ ดังนั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล จึงได้สร้างรูปลักษณ์เลียนแบบพระรูปนี้เพื่อการสักการะบูชา พระนามจีนของท่านคือ

" หลวงพ่อถุงย่าม " เป็นพระภิกษุในยุค 5 ราชวงค์ " เข่ยชื้อ " หรือ " เชียงเทงจื้อ " โดยปกติท่านมีลักษณะอาการแสดงความเบิกบานเป็นสุขตลอดเวลา ไปไหนมาไหนจะมีย่ามใหญ่ติดตัวไปด้วย จึงได้รับฉายาว่า " หลวงพ่อถุงย่ามใหญ่ " ท่านพูดอะไรมักจะเป็นอรรถ มีความหมายในทางนิกายเซ็น ( ธยาน ) ในปีที่ 3 แห่งรัชกาลเจงเม้ง ( .. 1460 ) ท่านได้นั่งเข้าสมาธิดับไปที่แท่นหิน วัดงักลิ้ม ก่อนดับได้เขียนคาถาไว้บทหนึ่งว่า " หมีเล็กผ่อสัก " หรือ " หนี่เต็กผ่อสัก " หรือ " หนี่เล็กผ่อสัก " บ้างก็เรียกท่านว่า " พระยิ้ม " บ้างก็เรียกท่านว่า " พระสังกัจจายน์ " แต่ที่แท้แล้ว ท่านเป็นองค์เดียวกัน

เง็กเซียนฮ่องเต้

ท่านผู้นี้คือนายกรัฐมนตรีสวรรค์ นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาเทพเจ้าต่างๆ มีไท้แปะกิมแชเป็นเสนาบดีบุ๋น ดูแลเทพเจ้าที่ดูแลผู้ประกอบอาชีพต่างๆ ลี้เทียนอ๋องเป็นเสนาบดีบู๊ รองจากนั้นก็บรรดาแม่ทัพนายกองต่างๆ

ตอนที่ผมไปนั้นดึกแล้ว ถ่ายรุปไม่ติด

สิบสองนักษัตร

เป็นความเชื่อของจีนว่า แต่ละปีมีสัตว์ประจำราศีประจำอยู่ แต่ละตัวจะมีแคแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ถ้าปีไหน สัตว์ประจำปีเกิดของเราสอดคล้องหรือ ฮะ กับปีนั้น จะโชคดีเช่นผมเกิดปีมะโรง ปีจอที่ผ่านมาผมดวงดีสารพัดจะดี ได้ไปญี่ปุ่นด้วย

สิบสองนักษัตรของญี่ปุ่นก็เหมือนจองไทยและจีน ต่างตรงตัวสุดท้ายไม่ใช้หมู เป็น หมูป่า (ญี่ปุ่นเดิมคงไม่มีหมู)

แต่ถ้าปีนั้นไม่สอดคล้องกับปีเกิดเรา หรือ ชง ปีนั้นเราจะได้รับความลำบาก ต้องแก้เคล็ดด้วยวิธีการต่างๆ

ที่นี้สิบสองนักษัตรทำเป็นเจ้าแม่กวนอิมขี่สัตว์ไว้ทั้งหมด

ลงมาจากเขาคอหงส์ ก็ดึกแล้ว ไม่มีโอกาสมาชมปลาในบ่อน้ำชั้นล่างสุด และบริเวณทางออก ก็ได้แต่คิดว่า สักวันจะมา "ขึ้นสวรรค์" ที่นี่อีกสักครั้ง

Comment

Comment:

Tweet

เค้าอยากใต้เนื้อหาเกี่ยวกับความสำคัญของเขาคอหงส์อ่ะนะ

#4 By TuKtApInK (118.174.154.130) on 2008-05-24 21:25

ดูภาพจนอิ่ม เหมือนว่าไปเองเลยค่า วิวสวยจังเลยเน้อ

#3 By Paa orKant on 2007-03-02 12:48

ตามมาอ่าน
ผ่านมาน่อ
อืม สวยจังเลยแฮะ (แต่ฟ้ามันครึ้ม ๆ แฮะ) น่าไปเที่ยวจัง

#1 By บัส on 2007-03-01 16:21