พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น
posted on 04 Dec 2007 18:40 by itgroup in JP-unseenพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับความสัมพันธ์ ไทย ญี่ปุ่น
วันที่ 12 มิถุนายน เวลา 14.00 น. สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่น เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต พร้อมสมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และผู้แทนพระประมุขจากพระราชวงศ์ 25 ประเทศทั่วโลก ในการถวายพระพรชัยมงคล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยนั้น เป็นที่เลื่องชื่อไปทั่วโลก ว่าทรงมีพระอัจฉริยภาพในหลายด้านๆ ทั้งด้านดนตรี และทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ผู้อุทิศตนเพื่อปวงชนชาวไทย
เมื่อเทียบกันแล้ว ระบบกษัตริย์ของไทยและญี่ปุ่นนั้น ไม่แตกต่างกันมากในเชิงโครงสร้าง กล่าวคือ กษัตริย์อยู่เหนือการเมือง เป็นที่เทิดทูนและเป็นสัญลักษณ์สูงสุด แต่ว่า ในทางปฏิบัติแล้ว พระมหากษัตริย์ของไทยนั้น ทรงมีอำนาจในใจของประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศมากมายนัก
ตอนผมไปญี่ปุ่นครั้งแรก ไปในทุนของรัฐบาล และจะได้รับการต้อนรับโดยหน่วยราชการของญี่ปุ่น
คำถามที่ง่ายๆ ที่น่าจะถูกถาม คือ “ทำไมพวกคุณถึงรักกษัตริย์ของคุณมากนัก”
เครื่องแบบที่พวกเราเลือกใช้เป็นชุดลำลองคือเสื้อสีเหลือง
การแสดงที่พวกเราเตรียมไปแสดงให้ชาวญี่ปุ่นชมก็มีการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน (เล่นเปียโนและขับร้องโดยหมอย้ง : ไปดู Entry เก่าๆ) และมีการฉายสไลด์ความสัมพันธระหว่างราชวงศ์ไทย-ญี่ปุ่น ด้วย แถมของที่ระลึกที่เราเตรียมไปก็คือ พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง เมื่อมีพระราชปฏิสันฐาน (จับมือ) กับสมเด็จพระจักรพรรด์อากิฮิโตของญี่ปุ่นอีกด้วย
เราจบการแสดงด้วยการถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พูดง่ายๆคือว่า พวกเราเทิดพระเกียรติในหลวงกันเต็มที่ และชาวญี่ปุ่นย่อมจะสงสัยไม่น้อย ว่า “ทำไมเราถึงรักกษัตริย์กันขนาดนั้น”
คำตอบที่พวกผมตอบอย่างฉะฉานก็คือ “Our King devote his private life for happiness of Thai prople” หรือ ในหลวง ทรงอุทิศชีวิตของพระองค์เพื่อความสุขสมบูรณ์ของปวงชนชาวไทย เพียงเท่านี้ก็เป็นคำตอบที่สมบูรณ์แล้ว
ส่วนรายละเอียดของพระราชกรณียกิจนั้น เราได้บอกให้ชาวญี่ปุ่นทราบทุกครั้งเมือได้พูดคุยกันในแง่ของการพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องของการเกษตร และการชลประทาน ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราชาวไทยภาคภูมิใจเมื่อได้พูดถึง King Phumipol , Our Beloved King.
เมื่อมีการพูดถึงพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่อดไมได้คือการควักเอาธนบัตร และเหรียญของไทยออกมา เพื่อชี้ให้เพื่อนชาวญี่ปุ่นดูภาพในหลวง และพระราชกรณียกิจในธนบัตร (ธนบัตรของญี่ปุ่นเป็นรูปบุคคลสำคัญ แต่ไม่ใช่กษัตริย์)
ในสายตาของชาวญี่ปุ่น กษัตริย์ของญี่ปุ่นมีบทบาทไม่มากนัก โดยเฉพาะในแง่ของการพัฒนา ซึ่งทำให้ชาวญี่ปุ่นรู้สึกประหลาดใจในแง่ที่ว่า พระมหากษัตริย์ของไทย มีบทบาทมากขนาดนั้น และประหลาดใจเมื่อทราบว่า พระองค์ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ที่มีบารมีมากเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย
ในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กษัตริย์ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์กันมายาวนาน พระจักรพรรดิอากิฮิโตเมื่อยังดำรงตำแหน่งมกุฏราชกุมาร ก็เสด็จมาประเทศไทยเสมอๆ และทรงเป็นผู้นำพันธ์ปลานิลมาเพาะพันธ์ในประเทศไทย
แม้แต่ในปัจจุบันนี้เจ้าชายของญี่ปุ่นก็เสด็จมาประเทศไทยบ่อยๆ พระองค์มีโครงการวิจัยไก่พื้นเมืองอยู่ที่ ม. แม่ฟ้าหลวง เชียงราย
ในมหาวโรกาสฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระจักร พรรดิอากิฮิโตแห่งญี่ปุ่นพร้อมด้วย สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะได้ทรงตอบรับและเสด็จมาร่วมในพระราชพิธีครั้งนี้ด้วย
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2549 เวลา 13.35 น. สมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี แห่งญี่ปุ่น เสด็จพระราชดำเนินถึงประเทศไทย โดยเครื่องบินพระที่นั่งเพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
ความสัมพันธ์ระหว่างสองราชวงศ์ไทย – ญี่ปุ่น แน่นแฟ้นมาเป็นเวลานาน และน่าจะเป็นเช่นนี้ต่อไป
เมื่อเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาเยี่ยมประเทศไทยตามคำเชิญชวนของเรา ชาวญี่ปุ่นก็ตกใจกับสีเหลืองเต็ม กทม. วันจันทร์ทุกคนใส่เสื้อเหลือง และพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงเต็มไปหมดทุกถนน และหน่วยราชการ
ญี่ปุ่นกับไทยมีความสัมพันธ์กันมา ช้านานกว่า 600 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยอยุธยาและในปี 2550 จะเป็นปีครบรอบ 120 ปี ของ การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับไทย อย่างเป็นทางการ
ในโอกาสนี้ ผม ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ ในหลวงของเรานั้น มีพระราชพลานามัยสมบูรณ์ เป็นมิ่งขวัญของชนชาวไทยตลอดไป สมดังคำที่ในหลวงท่านตรัสไว้ในครั้งที่ทรงครองราชย์ครบ 60 พรรษาว่า
“พระมหากษัตริย์ ในยุคโลกาภิวัฒณ์ จะต้องครองราชย์ให้ได้หนึ่งร้อยยี่สิบปี”
และขอให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองราชวงศ์ แน่นแฟ้นตลอดไป
ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ
****************************
สุดท้ายครับ ผมจะขอยกบทสนทนาท่อนหนึ่งของผม กับคุณตาโตโยต้า ชาวสวนแอปเปิลแห่งเมืองโชบาระ ฮิโรชิมา อายุ 80 ปี ให้ฟัง ผมได้ไปโฮมสเตย์ในวัดมหายาน ชื่อไซเนนจิ คุณตาเป็นแขกของเจ้าอาวาสมาเยี่ยม และกินข้าวด้วยกัน เมื่อกินเสร็จก็สนทนากัน
คุณตา : อากาศเมืองไทยร้อน พืชผักคงโตไวนิ
ผม : ไวมาก ผักของเราปลูกสองเดือนก็กินได้ ทำนาได้ปีละสามครั้ง
คุณตา : (ตกใจ กระซิบกับคุณยาย) ทำได้ปีละสามครั้งเลยเหรอ ที่นี่ปีละครั้งเดียว แต่ข้าวที่ได้ก็พอกินไปทั้งปีนิ ว่าแต่ว่า อากาศร้อนอย่างนั้น ปลูกแอปเปิลได้ไหม
ผม : มีการปลูกผลไม้เมืองหนาวพวกแอปเปิล พลับ บนภูเขา เป็นโครงการของพระเจ้าอยู่หัว
หลวงพ่อ : พวกเขารักโอซามา (พระเจ้าอยู่หัว) มาก
คุณตา :(ยิ้ม) ข้าก็รักพระจักรพรรดิมากเหมือนกัน
****************************
รายละเอียดอื่นๆ เชิญดูที่นี่ได้ครับ
ความสัมพันธ์สองราชวงศ์
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/jis/publ/pub3_49/pub1.htm
เรื่องของโฮมสเตย์
http://itgroup.exteen.com/category/JP-Homestay
สัมมนาที่บ่อน้ำร้อน และการแสดงของเยาวชนไทย
http://itgroup.exteen.com/category/JP-Shizuoka
edit @ 5 Dec 2007 00:46:46 by ต๊ะคุง (Blog:23 day in Japan)

ว่าทำไมคนไทยถึงรักในหลวงมากมายขนาดนี้..
อธิบายยังไง คนชาติอื่นคงรับรู้ได้ไม่หมด..
นอกจากจะสัมผัสความรู้สึกนี้ได้ด้วยตัวเอง
ธ สถิตย์ในดวงใจไทยทุกดวง
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
#1 By :: - Nancy อารมณ์ดี - :: on 2007-12-05 00:35