JP-Osaka

ชาชินแมน นำเที่ยว ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ

วันนี้ เราจะไปยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ จังหวัดโอซาก้ากันนะครับ ที่นี่เป็นสวนสนุกของบริษัทหนัง ยูนิเวอร์แซล จะเป็นธีมพาร์คที่อ้างอิงจากหนังของบริษัทนี้ จุดเด่นคือโรงหนังสี่มิติครับ

เรื่องราวในวันนี้ เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ผม ไปเที่ยวเกียวโตนะครับ จึงต้องเล่าเรื่องผ่านสายตาของ ชาชินแมน

ชาชินแมนผู้นี้ เป็นผู้นำคณะของเราเอง เนื่องจากเขามีอาชีพเป็นช่างภาพ จึงมีฉายาว่า ชาชินแมน (ชาชิน ภาษาญี่ปุ่น = ถ่ายรูป) มีชื่อจริงว่า นายตี๋น้อย (นามสมมุติ) เขาเป็นผู้ถ่ายรูปของคณะตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกคนไม่ว่าหญิงชายแก่เด็ก ต้องเคยผ่านมือผ่านตาของแกมาแล้วทั้งนั้น รูปที่แกถ่ายมาคนเดียวนี่ยัดลงดีวีดีสองแผ่นยังไม่พอเลย

อาชีพ ช่างภาพ นี่เหมาะมากกับการเป็นฮีโร่ เพราะคลาก เคนท์ (ซุปเปอร์แมน)และปีเตอร์ ปารคเกอร์ (สไปเดอร์แมน)ก็เป็นนักข่าวนะเออ

เอาละครับ วันนี้ ผมจะให้ชาชินแมน เป็นผู้นำเที่ยวยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ นะจ๊ะ

แนะนำตัวละคร

ชาชินแมน ไปเที่ยวยูนิเวอร์แซลกับอีกหลายคน เช่น รุ่งซัง ที่ได้แนะนำไปแล้ว กับปุ๊กซัง ที่จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป

ชาชินแมน เดินทางด้วยรถไฟ JR จากอิบารากิไปโอซาก้า ต่อรถสายอุเมซากิที่สถานีโอซาก้า ไปลงที่สถาณี ยูนิเวอร์แซลซิตี้

เมื่อมาถึง ชาชินแมนและพวก พบกับร้านค้าจำนวนมากมายที่จะหลอกเอาตังจากกระเป๋าของชาชินแมนไป ทั้งๆที่ยังไม่ได้ตีตั๋วเข้าชมเลย ร้านค้าบริเวณนั้นตกแต่งอย่างงดงาม เข้าคอนเซ็ปต์ยูนิเวอร์แซล

ชาชินแมนกับคิงคองซัง

ชาชินแมนขณะพยายามจะงัดแงะตู้คาจาปอง (เป็นคาจาปองจากหนังล้วนๆ ที่อื่นไม่มีไม่ยักรู้ว่ามี ไม่งั้นฝากหยอดแล้ว ต๊ะคุงชอบคาจากปองม้ากมาก)

ชาชินแมนกำลังหิว แต่ทนไว้ก่อนเพราะอยากเที่ยวก่อน

ค่าเข้าชม 5500 เยนต่อวัน เข้าไปแล้วเล่นได้ทุกอย่าง ต่อคิวเอา วันที่ไปเป็นวันอาทิตย์ คิวยาวมากๆ แต่ชาชินแมนก็สู้เพื่อความสงบสุขของโลกและการถ่ายรูป

ชาชินแมน ถ่ายภาพกับสาวสวย

ชาชินแมน กับรุ่งซํงซึ่งเป็นผู้ถ่ายรูปเกือบทั้งหมดในหน้านี้ ก่อนลุยจุราสสิคพาร์ค

ชาชินแมนลุยจูราสสิคพาร์คแล้ว

ฉาก show ปีเตอร์แพน.....ข้างหลังก็เรือกับตันฮุค

.prop ประกอบฉาก ของหนัง !!!!!

จุดเด่นของยูนิเวอร์แซลสตูดิโอคือหนังสี่มิติ สมจริงสมจังมากๆ ขนาดบางเรื่องทำให้คนดูกรี๊ดได้สนั่น แม้จะรู้ตัวว่านั่งอยู่กับที่ โดยเฉพาะสไปเดอร์แมน และเชรค ชาชินแมนเข้าแถวนานมากเพื่อดูสไปเดอร์แมน และก็มันจริงๆ อย่างที่คาด รายละเอียดไม่ขอเล่า เดี๋ยวใครไปแล้วจะไม่หนุก

วอเตอร์เวิลร์ด อันนี้เป็นสตั๊นโชว์ ไม่แอคชั่นบ้าบอแบบจาพนม แต่อลังการงานสร้างครับ

ชาชินแมนกับคุณหมีที่ร้านฮาร์ดร็อคคาเฟ่

อันนี้คือใครยังนึกไม่ออก

ชาชินแมนมีจุดอ่อนสองอย่าง คือ แบตหมดง่าย และเห็นสาวๆ ไม่ได้ ต้องชาชินด้วยตลอด

ชาชินแมน กับไอ้หลามจาก JAWS

ชาชินแมน กับโชวจากหนังเรื่อง Wicked เป็นโชวที่ชาชินแมนประทับใจมาก

เดินมาทั้งวันแล้ว ชาชินแมนหิวแล้ว ต้องเติมพลังก่อนจะลุยตอนกลางคืนต่อไป

ร้านขายของที่ระลึก มีของสารพัดไว้หลอกเอาตัง ก่อนกลับแต่ละคนก็ซื้อไปเมืองไทยกันคนละหลายๆ ชิ้น

สัมภาษณ์ ชาชินแมน

ประทับใจอะไรมากที่สุด

สิ่งที่ประทับใจ ที่สุด เป็นความ ตื่นตา(บรรยากาศของสถานที่) ตื่นใจ(เครื่องเล่น โดยเฉพาะ jurassic park เสียวสุด งะ)

หนังสี่มิติละ

หนังสี่มิติ ป๋มไม่ได้ดู(หมดเวลาซะก่อน) ส่วน 3D ป๋มก้อว่าสุดยอดแล้ว โดยเฉพาะ spider-man เป็นการจำลองฉากในหนัง (เหมือนจริง มั๊กๆ)สรุป ว่า ....ฉันเหมือน อายุ 14 อีกครั้ง....

ของแถม

การแปลงร่างของชาชินแมน

ปกติเป็นช่างภาพธรรมดา เมื่อถูกแสงแฟลช เขาจะกลายร่างเป็น "ชาชินแมน"

.


edit @ 2006/12/07 16:21:30
เที่ยววัดในโอซากากับเพื่อนอาสาสมัครชาวญี่ปุ่น
                                  

หมายเหตุ : นี่เป็นเรื่องจากเพื่อนร่วมทัวร์ของผมครับ คุณช้าง ที่ไปวัดชินเทนโนจิมา

ผมไม่ได้ไปที่นี่ จึงขอให้คุณช้างเขียนมาให้อ่านกันครับ

เรื่องราววันนี้เกิดในตอนที่พวกเรายังอยู่ที่โอซาก้า วันเดียวกับที่ผมและวูดดี้ ไปโอซาก้าโจกันนั่นเอง

หลังจากไปถึงโอซากา วันที่ 3
ตอนบ่ายเป็นช่วงเวลาที่จะมีอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นมาสอนภาษาญี่ปุ่นให้แก่ เยาวชนไทย
โดยจะพาไปสอนที่ไหนก็ได้ ซึ่งวันนั้นเพื่อนอาสาสมัครของผมพาไปที่โอซากาโจ
และที่วัด แห่งหนึ่งที่ใจกลางเมืองโอซากา (ชื่อวัดโปรดดูที่ป้ายชื่อครับ)
วัดนี้เป็นวัดที่ดูสงบเงียบแม้จะอยู่ใจกลางเมือง
แต่รู้สึกแตกต่างได้ทันทีเมื่อก้าวเข้าไปในบริเวณวัด ความรู้สึกสงบเข้าครอบงำอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
อาจจะเป็นเพราะสิ่งก่อสร้างและองค์ประกอบต่างๆของวัดที่ทำให้ผมรู้สึกสงบเช่นนั้น


ทางด้านซ้ายมือทางเข้าประตูวัดจะพบกับรูปปั้นพระญี่ปุ่น
(ผมไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรครับ) แต่ท่านดูขลังมากจริงๆ

ลึกเข้าไปข้างในวัดจะมองเห็นศาลา 5 ชั้น สวยงามมากเลยครับ
เคยเห็นแต่ในหนังเพิ่งจะเห็นของจริง ด้วยตาตัวเองก็วันนี้แหละครับ

ตรงทางเข้าจะมีกระถางธูปที่ใหญ่และสวยงามมากเลยครับ

อันนี้ผมชอบมากที่สุด เพื่อนอาสาสมัครบอกผมว่านี้คือกงล้อแห่งธรรมะครับ หมุนได้ ผมก็หมุนเล่นไปหลายรอบ 

นี่ก็บริเวณวัดโดยทั่วไปครับ ดูสงบเงียบ สมกับเป็นที่ปฏิบัติธรรมจริงจริงเลยครับ

นี่เป็นอีกมุนหนึ่งของศาลา 5 ชั้นครับ

อันนี้ก็เป็นศาลาอีกแบบหนึ่งของวัดนี้ รูปทรงไม่มีในเมืองไทยอีกเช่นกัน

อันนี้ค่อนข้างเหมือนในเมืองไทยของเราครับ ในวัดมักจะมีเต่า แต่เต่าที่นี่คงจะหนาวนะครับ 
เลยมานอนอาบแดดกันเต็มเลย บ้านเราเห็นดำผุดดำว่ายกันในน้ำ

ความจริงแล้วก็ยังมีรายละเอียดและอะไรดีๆอีกมากมายครับ แต่ผมไม่ได้จดบันทึกไว้
ดึงออกมาจากความ จำล้วนๆก็เลยขาดตกบกพร่องไม่สมบูรณ์ ขออภัยไว้ด้วยนะครับ

เกษตรกรรมของประเทศที่ถือว่าร่ำรวยที่สุดในโลก

นาข้าวในประเทศญี่ปุ่นครับ

นี่ก็นา

นาอีกแล้วครับ

นาเหมือนเดิม

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เป็นเกาะ พื้นที่สูงๆต่ำๆ พื้นที่ราบมีน้อย

ประเทศที่มีประชากร 120 กว่าล้าน คน มีพื้นที่ 3 แสนกว่าตารางกิโลเมตร

ประเทศที่มีการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ไม่น่าเชื่อว่าไปที่ไหนๆก็ตามเราก็มักจะเห็นพื้นที่ปลูกข้าวและผัก

แม้จะแปลงเล็กแปลงน้อยเขาก็ปลูกกัน

ผมเดาเอาว่าข้าวคงมีความสำคัญกับคนญี่ปุ่นมากทีเดียว

ซึ่งก็ไม่ต่างจากบ้านเราที่ข้าวก็มีความสำคัญมาก เช่นเดียวกัน

แต่ที่แตกต่างกันคือรัฐบาลประเทศญี่ปุ่นเอาใจใส่ช่วยเหลือชาวนาของเขาอย่างดี

แต่ชาวนาของเรา ทำนามาชั่วชีวิตก็ยังเป็นหนี้

หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ เป็นหนี้เถ้าแก่ เป็นหนี้ค่าปุ๋ย ค่ายา

เพราะรัฐบาลของเราไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเองไม่รู้ว่ารากเหง้าของเศรษฐกิจไทยที่แท้จริงมา จากไหน

หลงไหลไปกับเงินลงทุนของพวกต่างชาติที่เอาเงินมาลงทุน

จ่ายเศษเงินค่าภาษีและค่าแรงงานราคาถูกให้คนไทย แต่ขนเงินกำไรมหาศาลกลับประเทศ

ทิ้งมลพิษต่างๆนานาไว้

และที่สำคัญที่สุดการเข้ามาลงทุนของบรรษัทข้ามชาติ ทำลายความเป็นชุมชนชนบทเสียย่อยยับ

คนวัยหนุ่มสาวทิ้งภูมิปัญญาทิ้งปู่ย่าตายาย ทิ้งเด็กเล็กๆ

ทิ้งผืนดินทำกินเพื่อมาเป็นแรงงานราคาถูกให้บรรษัทข้ามชาติเหล่านี้

แย่จัง...ไอ้นักการเมืองหอยหลอด

ช้าง

สุราและนารีคือปรัชญาของชีวิต

 

ปราสาทโอซาก้า หรือ โอซาก้า โจ
ปราสาทนี้สร้างโดยโทโทโยมิฮิเดโยชิ หลังจากครองฟ้าดินได้แล้ว
ถูกโจมตีโดยซานาดะ ยูกิมูระ และอุเอสุงิ เคนชินแต่ก็ไม่แตก
จนแตกโดยการรุกในฤดูร้อนของโทกุกาวะ อิเอยาสึ ซึ่งตอนนั้นปราสาทเปลี่ยนมือไปอยู่ในมือของโมริแล้ว

ผมได้ไปปราสาทโอซาก้าในวันที่ศูนย์จัดอาสาสมัครชาวญีปุ่นมาให้พาไปเที่ยว ถือเป็นการศึกษาภาษาญี่ปุ่นนอกสถาณที่

อาสาสมัครที่พาผมไปเที่ยวชื่อว่า อุโด อาชีพพนักงานขายเครื่องเอ็กซเรย์ ลูกหนึ่งภรรยาหนึ่ง ผมกะว่าจะส่งของเล่นจากเมืองไทยไปให้ยูสึเกะคุง ลูกชายของอุโด้ซังเร็วๆนี้ น่าจะเป็นพวกของเล่นไม้เสริมทักษะ

อุโด้ซังพาผมกับวูดดี้ซังไปชมเมือง ขึ้นรถ JR จากอิบารากิไปต่อรถใต้ดินที่โอซาก้าสเตชั่น ลงก่อนโอซาก้าโจหนึ่งสถานี พาไปกินซูชิจานหมุน แล้วเดินชมย่านธุรกิจของโอซาก้า จากนั้นค่อยไปโอซาก้า โจ

วู้ดดี้ซังกับผมสองคนไปกับอุโด้ซัง ตามปกติเขาจะให้อาสาสมัครต่อเยาวชนไทยหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ว่ารอบนี้คนไทยมาเยอะ อาสาสมัครไม่เพียงพอ อุโด้ซังจึงต้องพาไปสองคน อุโด้ซังบอกว่า เขาชอบเป็นอาสาสมัครอย่างนี้เพราะอยากคุยกับคนต่างชาติ อยากแลกเปลี่ยนความเห็นและทัศนคติกัน

คุยไปเดินไปก็ถึงโอซาก้าโจ ผมเห็นตัวปราสาทอยู่ลิบๆ แต่อุโด้บอกว่า นี่เราเข้าเขตปราสาทแล้ว ปราสาทโอซาก้ามีพื้นที่กว้างใหญ่มาก กำแพงชั้นนอกสุดนั้นกินที่เกือบหมดทั้งกลางเมืองโอซาก้าที่เดินผ่านมา ผมก็เลยอ๋อว่าทำไมอุโด้ไม่พาผมลงที่สถานีหน้าปราสาทเลย แต่พาลงก่อนหนึ่งสถานี เขาจะพาเราเดินผ่านอาณาเขตดั้งเดิมของปราสาทนี่เอง

อุโด้ซังกับวู้ดดี้ซัง ที่ทางเข้าเขตปราสาท ด้านหลังคือโอซาก้าโจ ฮอล สำหรับแสดงคอนเสริตหรือแข่งขันกีฬา

คูเมืองรอบปราสาทโอซาก้า กว้างมากยากที่จะถมคูเพื่อตีปราสาทชั้นนอกได้

ประตูชั้นนอกของปราสาท ทางเข้าเพียงทางเดียว แคบ สูงชัน สอบเข้าหากัน และหักโค้งออกสู้ที่โล่งกว้าง เป็นทำเลที่บุกเข้าตีได้ยากมาก

ประตูทิศเหนือ ของกำแพงชั้นใน แนวป้องกันหลักของปราสาทชื่ออาโอยะมอนก่อสร้างอย่างแข็งแรง มีแอ่งอยู่หน้าประตูสำหรับราดน้ำมันลงไปช่องด้านบนเป็นที่ประจำของพลปืนไฟ

เข้ามาจนถึงฐานปราสาท (เดินจากประตูหน้า 30 นาที) อยู่บนเนินสูง ตัวปราสาทก็สูงมาก ถึงจะบุกมาถึงตรงนี้ได้แต่ตัวปราสาทก็ยังเป็นป้อมปราการชั้นยอด

เทียบขนาดของคนกับปราสาท หินที่นำมาทำฐานก้อนโตและประสานกันแน่นความชันของปราสาทมากขนาดที่ให้นินจาปีนยังไม่ค่อยจะได้ มีแนวกำแพงเตี้ยรายรอบเพื่อเป็นแนวป้องกันรอบนอกตัวปราสาท ร่องที่เห็นคือที่ลอคปืนใหญ่

ภาพถ่ายจากยอดปราสาท ค่าขึ้น 600 เยน ขึ้นไปแล้วเดินวนๆ ลงมามีพิพิธภัณฑ์ การเล่าเรื่องประวัติของปราสาททำได้น่าสนใจ เป็นภาพยนต์คนแสดงเหมือนละครสั้นๆ บนภาพถ่ายและภาพวาดปราสาท พอคนเดินเข้าใกล้มันก็จะเริ่มฉาย มีสองภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่นอีกตังหาก เสียดายที่ห้ามถ่ายรูป ไม่งั้นคงจะมีภาพชุดเกราะงามๆ มาให้ชมกันแล้ว

ปราสาทโอซาก้า ถูกทำลายในช่วงสงครามโลก และบูรณะขึ้นมาใหม่
พังอีกทีด้วยฝีมือก็อตซิลล่าในปี 1955
และไยบะทำลายไปในปี 1998
ตอนนี้เป็นของสร้างใหม่ครังที่เท่าไรก็ไม่รู้

ภาพเหตุการณ์ตอนที่ก็อตซิลล่าทำลายปราสาท

ร้านขายของกินหน้าปราสาท เปิดตอนขากลับออกมา วันนี้ที่โอซาก้าโจฮอล มีคอนเสริต สาวๆ มาเยอะมาก