JP-Shizuoka

หลังจากคืนแห่งการแลกเปลี่ยนวัฒณธรรมผ่านไปแล้ววันรุ่งขึ้นเป็นการสัมมนาต่อช่วงบ่ายจะสรุปผลและนำเสนอผลการสัมมนาที่ใช้เวลาช่วงเช้าจากนั้นจึงเดินทางกลับโตเกียว

ช่วงการสรุปผลเป็นไปอย่างไม่เคร่งเครียดบางกลุ่มมีการนำเสนอในรูปแบบละครเราพบว่าชาวญี่ปุ่นแสดงละครได้เก่งมากๆผมเห็นว่าเนื้อหาของละครบางตอนนั้นเล่นให้น่าสนใจยากแต่เขาสามารถทำให้มันน่าสนใจได้ด้วยแอคติ้งและหน้าตาที่อาจจะพูดได้ว่าเป็น "โอเวอร์แอคชั่น" แต่ก็ทำให้สามารถสื่อความหมายได้ทั้งๆที่เขาพูดกันในภาษาญี่ปุ่น

กลุ่มหนึ่งๆจะประกอบด้วยคนไทยและญี่ปุ่นอย่างละพอๆกันการนำเสนอจึงเป็นสามภาษาคือไทยอังกฤษญี่ปุ่นตรงไหนที่พอจะพูดอังกฤษได้ก็พูดออกมาถ้าไม่ไหวก็ผ่านล่ามเอา

จบการนำเสนอก็เป็นพิธีปิดเก็บของกลับบ้านคุณทาเคโนะอุจิผู้จัดการออนเซ็นก็มากล่าวขอบคุณและบอกว่าเขาจะไปเมืองไทยปีหน้าชาวไทยก็เสนอตัวให้การรับรองเป็นการใหญ่ถ้าแกมาจริงๆผมจะให้แกทำซูชิปลาช่อนกับเทมปูระปูนาให้ดู

ในรถขากลับ ผมนั่งใกล้กับมิมิ ชาวเซ็นได และมากิ ชาวเกียวโต(คนนี้มอบยูกาตะให้ผมหนึ่งชุด เธอว่าเธอตัดเองด้วยผมปฏิเสธแต่เธอคะยั้นคะยอ ผมมอบเสื้อเหลืองให้หนึ่งตัวและสัญญาว่ากลับมาเมืองไทยจะส่งไหมไหทยให้พับหนึ่ง) คุยกันมาในรถตลอดทาง เรื่องที่คุยเป็นหลักคือเรื่องการ์ตูน คงเป้นไม่กี่เรื่องที่ไทยกับญี่ปุ่นรูเรื่องเหมือนกัน มิมิร้องเพลงการ์ตูนได้สารพัด ทั้งอิกคิวซัง อาราเล่ ดรากอนบอล จิบิมารุโกะซัง ส่วนโดราเอมอนนั้น คนญี่ปุ่นทุกคนคงร้องได้หมด

พอใกล้โตเกียวรถก็เริ่มติด เกือบสองทุ่มยังไม่ถึงชานเมืองโตเกียว คนรถจึงหยุดพักที่ที่พักริมทางเชิงฟูจิยามะ เห็นฟูจิซังเป็นเงาดำตัดกับขอบฟ้า ที่พักริมทางนี้ใหญ่มาก ห้องน้ำกว้างขนาดเล่นบาสได้ มีโถฉี่ห้าสิบกว่าโถ ด้านนอกมีร้านขายของเต็มไปหมด มีแผงขายของกินตั้งเรียงราย

หมึกย่างและลูกหมึกย่าง

ไส้กรอกที่แปลกตาคือม้วนเป็นอมยิ้มนี่แหละ

เนื้อแฮม กุ้ง หมึก อย่างใดอย่างหนึ่งสับแล้วคลุกกับมัน พันไม้แล้วทอด กินร้อนๆ อร่อยมาก ยูกิบอกชื่อมาแต่ผมจำไม่ได้

ข้าวปั้นมีแผ่นสาหร่ายแปะทอดแล้วทาซอสกินอยู่ท้องดีนัก

หนวดหมึกย่างกินกันแต่หนวดไม่ยักกินตัว

อันนี้เหมือนลูกชิ้นลูกโตๆ เสียบไม้ทอด กินกับแผ่นแป้งพิซซ่า

ที่นี่มีตู้คาจาปองเต็มไปหมดแต่ไม่เห็นมีตู้หยอดของที่ระลึกและไม่มีตู้หยิบของที่น่ากลัวคือมีตู้คาจาปองที่ห