JP-Tokyu

ตอนนี้เป็นฝีมือของบัวซัง (ชื่อเต็ม ใบบัวซัง) นะครับ

ผมไม่ได้ไปชิบูย่าทั้งๆที่อยากไปใจจะขาด บัวซังเธอไปมาสองวันแนะ ดังนั้นผมจึงอ้อนให้เธอเขียนมาให้อ่านกันครับ ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะผมก็อยากอ่านน่ะ

============================================

=============================================

ลุย Shibuya-Harajuku

รับมอบภารกิจจากท่านพี่ต๊ะซังให้เล่าเรื่องตอนไป Shibuya กับ Harajuku อันเนื่องมาจากว่าสมาชิกร่วมทริปไม่มีใครได้ไปเยือนแหล่งดังทั้งสองแห่งนี้บ่อยเท่ากับบัวซัง สงสัยมัวแต่ไปหาร้าน sex shoppu กันอยู่ที่ไหนน้ออุอุ

อันว่าบัวซังมีเพื่อนเป็นคนไทยชื่อหนุ่ยซัง ซึ่งไปเรียนต่อโทที่ Waseda University และทำงานที่ญี่ปุ่นมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว เมื่อถึงมหานครโตเกียววันแรก จึงออกแรดไม่สนใจใครดิ่งไปหาเพื่อนทันที

ก่อนจะมา หนุ่ยซังอุตส่าห์เปิดเว็บหาแผนที่ JICA Tokyo จนทราบว่าอยู่ใกล้สถานี Ichigaya จึงนัดกันที่ที่เสียบตั๋วสถานี Ichigaya ประตูที่ใกล้บ้านบัวซังที่สุด (บ้านก็คือ JICA Tokyo นั่นแหละจ๊ะ)

บัวซังเดินขึ้นเขาและลงเขาเพื่อไปสถานี JR โดยเผื่อเวลาให้ไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย ขอบอกว่าอยู่เมืองไทยไม่เป็นแบบนี้ ยืนรอหนุ่ยซังพร้อมคิดในใจว่า เจอกันครั้งแรกจะทำท่าอย่างไรดี...จะโผเข้ากอด คิสแก้มซ้ายขวา ก็ดูไม่เหมาะกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น หรือจะชกมือ โย่ ว้อดซั่บแหมน ก็จะเท่เกินไป เวลาขณะนั้น 5 โมง 50 นาที

6.10 น. คนโตเกียวเดินเร็วมากๆ เข้าออกสถานีกันเป็นคลื่นๆ บอกไม่ถูก เหมือนวิชากิจกรรมเข้าจังหวะ เหมือนอะไรดำ วึ่บๆ ผ่านหน้าเราไป โดยเรากำลังเป็นวิญญาณกระเหรี่ยง ไม่มีคนสนใจ ที่เริ่มหาเศษเหรียญโทรศัพท์....พี่หนุ่ยซังกุอยู่ไหนเนี่ย บอกให้ใส่รองเท้าบูตมาโชว์ สงสัยไปซื้ออยู่

6.30 น. โทรศัพท์หาหนุ่ยซังไม่ได้ ฝากข้อความไว้ ทำไมไม่รับสักที ทำไมไม่รับสักที คนที่นี่ไม่เปิดโทรศัพท์มือถือในรถไฟนั้นเอง ถือว่าเป็นสถานที่สาธารณะและเสียมารยาทหากใช้โทรศัพท์ ตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่เมืองไทยให้ช่วยโทรอีกแรง และเริ่มสะกด Ichigaya ช้าๆ พร้อมกับสังเกตว่า โอ้ มันมีประตูทางออกหลายประตู และมันยังมี subway อีกด้วย!

6.50 น. พี่หนุ่ยมาโน่นแล้ว หนุ่ยซังหน้าเซ็งตูดมาก แน่นอน ชีไม่ได้เดินออกมาจากสถานีที่เรายืนรอ เพราะมันมีประตูทางออก 7 ที่ใกล้บ้านเราจริงๆ ด้วย ท่าที่คิดไว้ว่าจะเดินเข้าไปทักว่า kombanwa (good evening) จึงกลายเป็นหน้าตาขอโทษเลิกลั่กแทน ปรากฏว่าหนุ่ยซังมาถึงตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง ยืนรออยู่ริมแม่น้ำมา 1 ชั่วโมง ดีนะไม่มีคนมาชวนไปถ่ายหนังโป๊

หนุ่ยซังใส่รองเท้าบูตมาจริงๆ ด้วย! บอกว่าจะพาไปกินข้าวแถว Shibuya ซื้อตั๋วรถไฟเดินตามหนุ่ยซังต้อยๆ ปวดหัวกับ Osaka มาแล้ว ยังไม่เท่ากับ รถไฟที่ Tokyo หากหนุ่ยซังหลอกไปขาย ก็คงจะยินยอมและคงบอกให้พากลับมาส่งที่หอด้วย ต่อรถไฟประมาณ 2 รอบก็มาถึง Shibuya จนได้

จุดแรกที่เห็นเป็นอนุสาวรีย์หมาตัวนึง อย่าถามชื่อจำไม่ได้ จำได้แต่ว่าหนุ่ยซังแอบเรียกว่า อนุสาวรีย์ย่าเหล่ (ฮะจิ หมายอดกตัญญูมั้ง : ต๊ะซัง) เป็นจุดนับพบของวัยรุ่นว่าต้องมาเจอกันตรงนี้ก่อนจะเดินแรดใน Shibuya กันต่อ มีเด็กวัยรุ่นนั่งมั่วสุมกันเพียบเลย หน้าตาจิ้มลี้มพริ้มเพราทั้งชายและหญิง บัวซังชอบมากๆๆๆ

Shibuya เป็นแหล่งชอปปิ้งสำหรับเด็กมหาลัยจนถึงวัยทำงาน ไฮไลท์เด่นๆ คงจะเป็นสี่แยกที่มีจอใหญ่ๆ 3 จอบนตึกที่เราเห็นในฉากหนังฮอลลีวูดอย่าง Lost in Translation หรือเรื่อง About Love หรือแม้แต่ ad โฆษณาของทาทายัง ที่โปรโมทอัลบั้มในญี่ปุ่นโดยซื้อจอ 3 จอยักษ์นั่นเปิด MV ของตัวเอง อยากรู้จังว่า ทาทาจะเสียเงินค่า media เฉพาะตรงแยกนี้เท่าไหร่ เพราะมัน high impact มาก และสร้าง image ได้ดีทีเดียว

หนุ่ยซังพาเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆ ย่านนี้มีร้านอาหารดังๆ ที่เรารู้จักอยู่หลายร้าน หากไม่นับ McDonalds ก็คงเป็นร้าน Otoya ที่บ้านเราก็มี Shop แบรนด์ดังก็เยอะ เช่น รองเท้า Onitzuka Tiger, Gap, Apple (mac) เป็นต้น บัวซังแอบคิดว่า หาก Harajuku เป็นสยาม แถวนี้คงเหมือนทองหล่อบ้านเรา เก๋ๆ เริดๆ เชิดๆ นะยะ ไรงี้

แล้วเราก็มาถึงร้าน อย่าถามชื่อ แต่บัวซังก็แอบจำว่าเป็นร้านกระจกกุ เป็นร้านแบบ Japanese Italian FusionFood มื้อนั้นเป็นอาหารที่หรูหราหมาเห่าที่สุดตลอดทั้ง 23 วันที่ญี่ปุ่นเลยทีเดียว ราคาก็เอาเป็นว่าป๋าหนุ่ยซังออกให้ อาหาร อย่าถามชื่อ บัวซังแอบจำมาว่าหน้าตาเหมือน ปอเปี๊ยะสด ผัดคะน้าปลาเค็ม สปาเก็ตตี้แซลมอนรมควัน และข้าวซูชิญี่ปุ่นคลุกๆ อาหารอร่อยมากๆ (ลองไม่อร่อยสิจะขอเงินคืนทุกเศษเยน)

บรรยากาศร้านเป็นแบบเปิดเพลงฟัง มีวัยรุ่นญี่ปุ่นไปนั่งดูดและดื่มมากมาย เราก็เลยอยากทำตัวเป็นญี่ปุ่น สั่งคอกเทลมาชิบพอทำให้บทสนทนามีรสชาติขึ้น โอ้...มาการิต้าพีช แก้วละ 1200 เยนเอง ต่อให้ไม่เมาก็จะแกล้งเมาละวะเนี่ย

สังเกตว่า พนักงานที่นี่จะมี service minded มากๆ หนุ่ยซังบอกว่า เคยทำงานพิเศษตอนเรียนมหาลัย พนักงานจะต้องสังเกตลูกค้าตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้โต๊ะรก แถมยังอ่านใจว่าเราอยากได้อะไร แถมเคยอ่านเจอว่าญี่ปุ่นไม่มีธรรมเนียมทิป เพราะถือเป็นสิ่งที่ต้องให้บริการลูกค้าอยู่แล้ว

คุยกับหนุ่ยซังจนถึงเวลา 4 ทุ่ม กลับหอไม่ทันแน่แล้ว ใช้ความแรดให้เป็นประโยชน์ตั้งแต่ถึง Tokyo ตัดสินใจไปนอนค้างบ้านหนุ่ยซังที่ Ikebukero จึงยังพอมีเวลาเดินต่อไป Harajuku ได้

คงไม่ต้องบอกว่า Harajuku คืออะไร แหล่งรวมวัยรุ่นมัธยม สาวๆ ใส่เครื่องแบบนักเรียนสั้นๆ เหมือนการ์ตูนโป๊ญี่ปุ่น หนุ่มๆ ผมทอง แต่งคิ้ว กางเกงเป้าสูง ขาเดฟ ถูกใจป้าจริงๆ แต่วันที่ไป พวก Harajukian (แปลว่าเด็กๆ ใน Harajuku) คงโดนพ่อแม่โทรตามกลับบ้านหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม แถวนี้มีร้านขายเสื้อผ้า เครื่องประดับมากมาย เป็นร้านยี่ห้อ local brand เก๋ๆ ตกแต่งร้านไตล์ฮาโลวีน ที่กำลังจะมีในวันรุ่งขึ้น เดินมาจนถึงสถานี Harajuku เป็นสถานีเก่าๆ สถาปัตยกรรมเก๋ๆ นึกว่าจะทันสมัยตามประสาเด็กวัยรุ่นเสียอีก แต่ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ก็อาจจะยังนึกภาพไม่ออกว่า หนุ่มสาวชาวยุ่นเค้าเป็นเยี่ยงไรกันบ้าง บัวซังเลยลงทุนไป Shibuya และ Harajuku อีกครั้งในวันรุ่งขึ้น วัน Halloween

Halloween Night at Harajuku

จริงๆ แล้วคือ เพื่อนสาวชาวแอร์โฮสเตส นาเมวะ ตูนซัง ก็บังเอิญมีวันหยุดที่โตเกียว จึงได้นัดหมายกันไปตะลุยราตรีที่ Harajuku ด้วยกัน ตูนซังบอกว่า เดี๋ยวเราไปดูเด็กมันแต่งตัวบ้าๆ กันดีกว่า

คราวนี้บัวซังได้ชวนเพ็ตโตะซัง เพื่อนชาว JICA ไปดื่ม Biru