JP-unseen

บทความ โดยคุณช้าง

รถไฟญี่ปุ่น: ระบบขนส่งที่แสนสะดวกสบาย กับระบบรถไฟ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และลอยฟ้า

ลองหลับตานึกภาพกันสักนิดนะครับว่าถ้าเราอยู่ในเมืองที่อยากไปไหนก็ได้ไม่ว่าไกลหรือใกล้โดยสามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนได้ ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร แน่นอนครับ พวกเราก็จะมีเวลาเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งเวลาเหล่านี้เราจะนำไปใช้อะไรก็ได้ ที่เราปรารถนาจริงไหมครับ แต่พอลืมตาขึ้นมาเราก็พบว่า ประเทศของเราทำไมมันช่างแตกต่างจากภาพฝัน โดย เฉพาะในเมืองใหญ่ อย่าง กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครสวรรค์ พิษณุโลก ฯลฯ รถราติดวุ่นวายไปหมด เสียเวลาเสียอารมณ์อยู่กลางถนน น่าปวดหัวจริงจริง

หากมองย้อนไปสัก 120 ปี พ.. 2429 สมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ประเทศของเราเริ่มมีการใช้รถไฟ โดยเส้นทางรถไฟสายแรก คือสาย กรุงเทพฯ สมุทรปราการ...จนกระทั่งปัจจุบัน 2549...การพัฒนาการทางด้านการรถไฟของประเทศเราต้องบอกว่าไม่มีการพัฒนาการ สิ่งที่ชี้วัดได้ชัดๆเลยก็คือการขาดทุนของการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกๆปี เป็นภาระให้รัฐบาลต้องเอาเงินรายได้ที่เก็บภาษีจากภาคการผลิตอื่นของประเทศมาทะนุบำรุงการรถไฟไทย

สถาณีรถไฟเป็นที่ที่คึกคักตลอดเวลา

ประเทศญี่ปุ่น ในพื้นที่ที่เป็นเขตเมืองและชานเมือง เช่น โอซากา ฮิโรชิมา โตเกียว ต่างก็มีระบบการขนส่งมวลชนที่ใช้รถไฟเป็นหลัก ทั้ง บนดินใต้ดิน และลอยฟ้า ไว้คอยบริการประชาชน และการบริการเหล่านี้ บริหารงานโดยบริษัทเอกชน หลายคนคงคิดว่าค่ารถไฟคงแพงน่าดู แต่จากประสบการณ์ที่เคยใช้บริการมา ผมก็ว่าไม่แพงนะครับ ถ้าคิดเทียบกับค่าครองชีพของประเทศญี่ปุ่น ค่าบริการขั้นต่ำก็ประมาณ160 เยน ถึง 210 เยน แล้วแต่ชนิดของรถไป คิดเป็นเงินไทยก็ 45-60 บาท ถ้าต่อ ญี่ปุ่นมีค่าครองชีพที่แพงกว่าไทยประมาณ 10 เท่า ถ้าเทียบบ้านเราก็แค่ 5-6 บาทเท่านั้นเอง ถูกกว่ารถเมล์ ข.... สีครีมแดง หรือรถพัดลมบ้านเราอีก (ครีมแดงเก็บ 7 หรือ 8 บาท นี่แหละตลอดสาย) แต่ถ้าแลกกลับการที่เราได้เวลาเพิ่มขึ้น แลกกับสุขภาพกายและจิตที่ดีขึ้น คือไม่ต้องรับมลพิษ ไม่ต้องเหนี่อยหน่าย ถือว่าคุมและถูกมากครับกับราคาดังกล่าว

รถไฟ JR ของญี่ปุ่นสะอาดสะอ้านตรงเวลารวดเร็ว JR ย่อจาก Japanese Railway = บริษัทรถไฟญี่ปุ่นนั่นเอง

ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัดหรือเขตที่อยู่ห่างไกลกันมากๆ ญี่ปุ่นก็ยังมีรถไฟอีกชนิดหนึ่งไว้ให้บริการอีกเช่นกัน ซึ่งรู้จักกันได้ดีในนาม รถไฟ ชินกังเซน หรือรถไฟหัวกระสุน

เป็นรถไฟที่มีความเร็วประมาณ 150 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ ประมาณ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าโดยสารค่อนข้างจะแพงสักหน่อยประมาณ 1300-1700 บาท แต่ถ้าเทียบกับเวลาเดินทางไกลที่สั้นลง ผมว่ายังไงก็คุ้มครับ

ที่นั่งในซินกังเซน เหมือนกับเครื่องบินชั้นเฟริสคลาส

บรรยากาศบนรถไฟชินกังเซนนั้นก็ ลองหลับตานึกภาพว่าเหมือนกับเรานั่งอยู่บนเครื่องบินแหละครับ ทั้งเบาะนั่ง ทางเดิน หน้าต่าง คล้ายๆกันเลย แต่ดีกว่าตรงที่ เราสามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้อย่างสะดวกสบาย ถ้าอยากดื่มน้ำชนิดต่างๆ รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมก็มีไว้บริการในอัตราปกติ ซึ่งบริการโดยสาวๆ น่ารัก ที่เหมือนแอร์ที่อยู่บนเครื่องบินยังไงยังงั้นเลยครับ (มีรูปให้ดูด้วยนะ) นั่งดื่มเบียร์ไป นั่งมองวิวทิวทัศน์ ริมทางไป แสนสุขใจจริงจริงครับ

พนักงานบริการบนรถ

ที่เขียนมาเนี่ยก็อยากให้ประเทศไทยเราเป็นแบบนั้นบ้างจัง อย่างน้อยถ้าไม่ขยายทางรถไฟก็ช่วยเอารถไฟ ที่เร็วสัก 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมาใช้ก็ได้ คนไทยจะได้ไปไหนมาไหนกันสะดวกสบายหน่อย โดยเฉพาะ ชาวไร่ชาวนา ขายสินค้าการเกษตรได้ปีละไม่กี่ตัง แถมบางปียังโดนน้ำท่วม บางปีโดนภัยแล้ง ไม่มีปัญญา นั่งเครื่องบินหรอกครับ แม้แต่สายการบินประหยัด (Low Cost Airline) ก็ไม่มีปัญญาจริงๆ ไม่ได้ดูถูกดูแคลนชาวไร่ชาวนานะครับ แต่เป็นข้อเท็จจริง เพราะพ่อแม่ผมก็ชาวไร่ชาวนาเหมือนกัน

คุณเชื่อหรือไม่ว่า

บริษัทรถไฟ JR มีรายได้มากกว่างบประมาณประจำปีของประเทศไทย มีงบประมาณพัฒนาผลิตภัณฑ์มากว่า งบวิจัยของไทยทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกัน ถึง 10 เท่า ในญี่ปุ่น มีคนจำนวนมากเป็นผู้รักรถไฟ ของที่ระลึกเกี่ยวกับรถไฟขายดิบขายดี อาชีพคนขับรถไฟเป็นอาชีพที่รายได้ดีมาก อาชีพนายสถาณีและพนักงานสับรางเป็นอาชีพที่ได้รับความนับถือในสังคม

บริษัทรถไฟไทย กำลังขาดทุน และลดสายวิ่ง

ข่าวจากเยาวชนญี่ปุ่น

posted on 25 Dec 2006 20:14 by itgroup  in JP-unseen

ข่าวจากญี่ปุ่น-การมาเยือนของเพื่อนชาวญี่ปุ่น

เยาวชนญี่ปุ่น กลุ่มที่ไปสัมมนาด้วยกัน ที่บ่อน้ำร้อนซูเซ้นจิ 3 วัน 2 คืน ส่งคำอวยพร วันคริสมาส และขึ้นปีใหม่ มาให้เราพร้อมภาพถ่ายงามรวมรุ่นของพวกเขามาครับ เขารวมตัวกันที่โตเกียว วันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้น บางคนมีแผนจะมาเมืองไทยด้วย ซึ่งพวกเราจะแสดงความเป็นเจ้าบ้านที่ดีอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้

ลิงค์ การไปสัมมนาที่ออนเซ็น

คนที่ส่งมาคือคุณ มารุยามะ เก็น ส่งมาหาคุณโอ๋ นี่คือเมลล์ของคุณเก็น

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

From:G.Murayama
Subject:visit Thailand
Date:Sat, 23 Dec 2006 11:10:27 +0900

Sawasdee,

As I told you before,I go back to Bangkok
on 28th and 29th December again.

I've already got contact with Mr.Chang
and will have dinner with him on 28th.
Are you busy on that night or on 29th?
I want you to join the dinner if possible.
Other Thai members or your friends are also
welcome (^.^)

Attached here with please find some pictures
taken at the last gathering in Tokyo on 16th
December.

Merry X'mas and Happy new year 2007!

Sincerely yours,
GEN

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////

จากซ้ายไปขวา คนสวมหมวก จุนโกะ อุเมซาวะ (เลขานุการ) , ยาสึยูกิ นาคามูระ(พนักงานบริษัท) ,ยูคาริ ทาโอะ(พนักงานบริษัท), มิซูเอะ ไซโต้(นักศึกษา), ฮิเดอากิ คุนิชิมะ และขวาสุด ฮิโตชิ อุเอดะ (ทำ บ. มือถือ)

ถ่ายตอนกลางคืนที่พวกเขาไปต่อกัน คนหน้าสุด ซาโตชิ คาเงยามะ (ข้าราชการ) จุนโกะ,ยูคาริ,อุเอดะ, ยูกิโกะ อิมาอิ(พยาบาล) และขวาสุดคือ เก็น มารุยามะ(พนักงานบริษัท)

คุณเก็น มีแผนจะมาเมืองไทยวันที่ 28 นี้ และพวกเราเยาวชนไทย จะไปกินข้าวกับคุณเก็น จะพาคุณเก็นไปเที่ยวด้วยถ้ามีโอกาส ไว้ผมจะเอาภาพมาให้ชมกันนะครับ

ปล ..ท่านผู้อ่านท่านใด ถ้าพบคนญี่ปุ่น หน้าตาอย่างในรูป เดินหลงทางในเมืองไทย โปรดเข้าไปถามว่า "เก็นซังเดสึก้า" แล้วช่วยเหลือตามสมควรนะครับ


edit @ 2006/12/30 14:27:37

เพื่อนชาวญี่ปุ่น มาเยือนไทย

Gen-San in Thailand

คุณมารุยามะ เก็น เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยในช่วงปีใหม่

คุณเก็น เป็นสมาชิกกลุ่มสัมมนากลุ่มเดียวกับผม เมื่อครั้งที่ผมไปญี่ปุ่น เขาเป็นคนที่มีไอเดียเฉียบแหลม และสามารถนำเสนอออกมาได้เป็นอย่างดี

การไปสัมมนาที่ออนเซ็น

วันที่ 28 ธค คุณเก็นได้นัดกินข้าวกับคุณช้าง คุณช้างติดต่อไปที่พวกสมาชิกกลุ่มหลายคน แต่เนื่องจากเป็นวันทำงานวันสุดท้าย สมาชิกกลุ่มส่วนใหญ่ที่ทำงานด้านIT จะต้องอยู่ปิดงบ ทำให้ไม่มีใครว่างมาร่วมงานด้วย คุณช้างจึงพาคุณเก็นไปเลี้ยงข้าวเพียงคนเดียว รายละเอียดตรงนี้รอคุณช้างเขียนมาครับ

////////////////////////////////////////////////////////////

Dear Ta san

Hi,how are you doing?
In Japan it's getting colder and colder, and
today it's 10 degrees Celsius.

By the way, I go to Bankok on 28 and 29 December,
and if possible I want to visit your place.

Do you mind if I visit Sinburi on a day trip on 29th?
How can I go to Sinburi from Bangkok , bus or train?
Please tell me the way go to Sinburi.

Best regards,
GEN

////////////////////////////////////////////

คุณเก็นส่งเมลมา

คืนวันที่ 28 ธค คุณเก็นโทรศัพท์หาผม บอกว่าวันที่ 29 จะมาเยี่ยมที่บ้าน จังหวัดสิงห์บุรี ผมก็ดีใจเป็นหนักหนา แต่ผมเตือนคุณเก็นว่า ช่วงปลายปี คนไทยกลับบ้านเยอะ หารถยาก และรถติดนะ คุณเก็นตอบมาเป็นภาษาไทยอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ม่ายเปนรัย จาไปไวไว" โอเค ตามนั้น

วันที่ 29 คุณเก็น เดินทางด้วยรถปรับอากาศ ป.2 หวานเย็น มาถึงสิงห์บุรีตอนเกือบเที่ยง (ออกจากหมอชิต 9 โมง) ลงหน้าบ้านผมพอดี

ที่ลงถูกเพราะ ผมโทรไปหาคุณเก็นในรถ แล้วให้ส่งหูโทรศัพท์ วันทูคอล ที่คุณเก็นเพิ่งซื้อเมื่อวานให้เด็กรถ แล้วบอกเด็กรถ ให้ถีบคุณเก็นลงตรงหน้าโรงเรียนอนุบาลสิงห์บุรี ข้างๆบ้านผม ดังนั้นคุณเก็นจึงลงหน้าบ้านผมได้พอดี

เอาละ มาถึงแล้ว คุณเก็นเห็นบ้านผม ที่มีบริเวณค่อนข้างกว้าง เพราะรวมเอาร้านขายของและโกดังไว้ด้วยกัน คุณเก็นบอกว่า ในญี่ปุ่น ถ้าใครมีบ้านขนาดนี้ จะต้องเป็นนักการเมืองแน่ๆ ผมคิดว่า เมืองไทยนี่เรื่องปกติน่อ ที่ดินต่างจังหวัดไม่แพง

พอมาถึง ผมก็พาไปพบคุณพ่อผม คุณเก็นทักทายอย่างที่เตรียมมาดี ว่า "ยี ดี ที่ ได รู จะ คับ" พ่อผมหันมาถามผมว่า "เขาพูดญี่ปุ่นใช่มั้ย" ผมเกากบาลแล้วบอกคุณเก็นว่า "My father can speak english" โอเค ทั้งสองคนเลยคุยกันรู้เรื่อง

เอาละ แกมาตอนใกล้เที่ยงนี่นะ คุยกันสักพัก เข้าห้องน้ำกินน้ำกินท่า แล้วผมก็ชวนคุณเก็นไปหาอะไรกิน

คุณเก็นโชคดีมาก ตอนนี้อยู๋ในช่วง เทศกาลกินปลา ของสิงห์บุรีพอดี ผมก็บอกกับคุณเก็นว่า "Let's go to fish festival" คุณเก็นก็ถามว่า "What kind of festival" ผมว่า "Eating fish festival" ร้านอาหารชั้นนำทั่วจังหวัดมาเปิดร้านขายอาหารที่ทำจากปลา และผู้เลี้ยงปลา ชาวประมง ในจังหวัดก็เอาปลาของตัวเองมาขาย มีสินค้าเกี่ยวกับปลามากมาย

เอาละ ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลง ผมพาคุณเก็นไปที่ลีโมซีนที่เตรียมไว้เลย

เป็นรถตุ๊กตุ๊กสี่ล้อของลุงอี๊ด อาชีพขับรถรับจ้างทั่วไป และรับจ้างลับมีด งานอดิเรกคือยิงปลาและทำลูกดอก ประสบการณ์ขับรถ 14 ปี นี่เป็นรถประจำตัวแกตั้งแต่เริ่มทำงานนี้ ชื่อ "ปีศาจแดง"

นี่คือ เจ้าปีศาจแดง

เก็นซังบอกว่าชอบมาก แปลกดีไม่เคยนั่ง เย็นดีด้วย

เทศกาลกินปลา

Eating Fish Festival

งานกินปลา จัดขึ้นรอบๆ ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี

มาถึงงานกิน ปลาแล้ว สิ่งแรกที่ผมพาคุณเก็นไปดู คือ โมเดลปลาขนาดยักษ์ที่ตั้งเรียงรายกลางแดดเปรี้ยงๆ บอกคุณเก็นว่า นี่ล้วนเป็นปลาน้ำจืดของไทย ส่วนใหญ่จะมีในสิงห์บุรี ทำอาหารได้อร่อยมาก โดยเฉพาะ Snake Headed Fish หรือปลาช่อนนั่นเอง

คุณเก็นสนใจ Siamise Fighting Fish หรือปลากัด เขาไม่ทราบมาก่อนว่ามีการกัดปลาด้วย สิงห์บุรีเป็นแหล่งเพาะลูกปลากัดชั้นเยี่ยม ส่งไปขายต่างประเทศในฐานะปลาสวยงามปีละหลายล้านตัว

จากนั้น ผมก็พาคุณเก็นไปดูแผงขายอาหารจากปลา

Dry Fish - ปลาแห้ง

One Day Fish- ปลาแดดเดียว (คุณเก็นว่า ไอ้อย่างนี้ญี่ปุ่นก็มี เรียกว่า ปลาคืนเดียว)

Rotten Fish - ปลาร้า (คุณเก็นไม่รู้ว่าอะไร ผมบอกว่า คล้าย ฟุนะซึชิ)

FishSembae - ข้าวเกรียบปลา

Sweet Preserve Fish - ปลาหวาน

Fish Cake หวาน - ขนมเค้กปลา คุณเก็นตกใจมาก

Fisk Cake คาว - ห่อหมกปลา คุณเก็นตกใจนิดหน่อย

Fish Manju - ขนมเปี๊ยะไส้ปลา อันนี้คุณเก็นแทบล้มกลิ้ง ตกใจมากว่ามีด้วยเรอะ

ผมบอกว่า น่าเสียดายที่คุณเก็นค้างไม่ได้ ถ้าค้างได้ ค่ำๆ จะมีการแข่งขันชิงรางวัล เช่น แข่งกินปลา แข่งแล่ปลา แข่งทำอาหารจากปลา แข่งจับปลาในโคลน แข่งจับปลาไหล

เอาละ เวลาไม่คอยท่า คุณเก็นต้องกลับสี่โมง ไปกินข้าวกินปลากันเลย

พอนั่งลงที่ศูนย์อาหาร คุณเก็นก็ตื่นเต้นกับร้านขายปลาเผา ที่เผาปลาบนเตายาวๆ กันที่ละเป็นสิบตัว

วัฒณธรรมของญี่ปุ่น จะกินปลาเล็ก หรือไม่ก็กินปลาที่หั่นเป็นชิ้นๆ แล้ว พอมาเจอปลาช่อนเผาเกลือตัวเท่าแขน เอามาวางจ้องหน้าคุณเก็นพอดี แกก็ร้อง เหยย (ตกใจ) และปลาช่อนมาทั้งเกล็ด แกก็งงว่าจะกินยังไงแต่พอเปิดหลังออกมาเห็นเนื้อขาวๆ ควันฉุยๆ แกก็ร้องดีใจแล้วซัดไม่ยั้ง

อาหารวันนี้ กินสองคน ไทยหนึ่งญี่ปุ่นหนึ่ง

ปลาช่อนเผาเกลือ หนึ่งตัว ยาวเท่าแขน

ปลาหลด และปลาสร้อยทอดกรอบ หนึ่งจาน

แกงส้มปลาช่อน ใส่ผักกระเฉด สั่งเผ็ดน้อย หนึ่งชาม

น้ำปลาหวานสะเดา

ยำตะไคร้

น้ำคนละขวด

ทั้งหมดนี้ 220 บาท (650 เยนเอง)

เก็นซังกินแบบไม่จิ้มน้ำจิ้ม ตามสไตลญี่ปุ่น หรือแกกลัวพริกในน้ำจิ้มก็ไม่รู้สิ น่าเสียดายที่ไม่มีโชยุกะวาซาบิ ที่เป็นของหายากในสิงห์บุรี แกซัดปลาช่อนไม่ยั้ง ร้อง "โอ๊ยฉี่" ไปด้วย ปลาทอดกรอบก็กินหมดจาน เหลืออย่างเดียวคือยำตะไคร้ ที่ไม่หมด ก่อนไป แกมองเห็นเจ้าหอยทอดที่นั่งหาวอยู่ข้างๆ แล้วบอกผมว่าแกชอบกินหอยทอด แต่วันนี้ไม่มีท้องใส่แล้ว

กินเสร็จ ผมพาดูรอบๆงานอยู่พักหนึ่ง คุณเก็นตกใจกับแมลงทอด (แมงดานาตัวเบ้อเร่อ มีแมงป่องด้วย) และผลไม้กวน ที่โอทอปเอามากวนโชว์หม้อโตๆ

ผมก็ชวนไปเป้าหมายที่สอง ผมถามคุณเก็นว่า สนใจจะไปดู Big Leaning Budda ไหม คุณเก็นว่าสน เอ้า ไปกัน

วัดพระนอนจักรสีห์

Reclining Budda Temple

10 นาทีจากงานกินปลา เจ้าปีศาจแดงก็พาเราไปถึงวัดพระนอนจักรสีห์

วัดนี้มีการบูรณะอย่างต่อเนื่อง เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างมาหลายปีแล้ว ล่าสุดได้จัดตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ขึ้นมา ประสบความสำเร็จอย่างดี

องค์พระนอนหรือพุทธไสยาสน์ ศิลปะอยุธยาตอนต้น นับว่าเป็นพระนอนใหญ่อันดับสองของไทย ยาว ความยาว 23 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว

(สมเด็จพระศากยมุณีศรีสุเมธบพิตร วัดบางพลีใหญ่กลางอ.บางพลี จ. สมุทรปราการ เป็นพระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ยาว 26 วา 1 ศอก 9 นิ้ว กว้าง 3 วา 1

พระนอนที่วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพน ยาว 23 วา พอดี รั้งอันดับสาม

ผมอธิบายว่า คติการสร้างพระของไทย จะสร้างพระตาม Lord Budda Action หรือกริยาอาการของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่า ปาง พระนอนมีสองแบบ คือปางไสยาสน์ และปางปรินิพาน จะต่างกันเล็กน้อย ที่พระเนตรหลับหรือลืม และปางปรินิพาน จะมีต้นสาละอยู่ข้างๆ ด้วย

ปางไสยาสน์นี้ ถ้าสร้าง จะนิยมสร้างให้ใหญ่โต ตามพุทธตำนาน นี่คือ ปางโปรดอสุรินทรราหู เป็นยักษ์ที่กายใหญ่โต ก่อกรรมทำเข็ญมาก พระพุทธเจ้านิมิตกายให้ใหญ่กว่า แล้วนอนขวางทาง จนอสุรินทราหูเกรงกลัว เกิดจิตเลื่อมใส มาฟังธรรม ได้บรรลุโสดาบัน

พอเข้าในโบสถ เก็นซังเห็นพระบาทขนาดใหญ่มากก็ตกใจ แกบอกว่า ใหญ่กว่าที่พม่าอีกนะนี้

หมายเหตุ : พระนอนที่พม่า ก็คือองค์ที่อยู่ในฉากสุดท้ายของเกมสตรีทไฟทเตอร์น่ะแหละ)

พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ร่างกุ้ง ประเทศพม่า

จากนั้นผมก็บอกเก็นซังให้ไหว้พระ แล้วกราบสามครั้ง แน่นอนว่าเก็นซังกราบเบญจางค์ประดิษฐไม่เป็น กราบคล้ายๆ หนังจีนแหละ ก็อนุโลมได้

ปักธูปแล้วปิดทอง กว่าจะปิดได้ก็เลอะมือไปนิด มือเก็นซังเป็นทองออกมาเลย

ทางออก มีพระประจำวันตั้งอยู่ 7 วัน รวมวันพุธกลางคืนเป็น 8 ผมก็อธิบายว่า ธรรมเนียมของไทย จะบูชาพระประจำวัน ของผมคือวันอังคาร เก็นซังบอกว่า เขาไม่รู้ว่าเขาเกิดวันไหน (ญี่ปุ่นไม่สนวันจันทร์อังคารพุธ สนแต่วันที่) ผมก็บอก งั้นก็บูชาไปทุกวันเยย แล้วก็ได้โอกาสอธิบาย Lord Budda Action ของแต่ละวัน ว่ากำลังทำอะไร

ออกจากวัด เก็นซังบอกว่า บ้านเขาอยู่ใกล้พระพุทธรูปไดบุสึ ที่คามาคุระ เดินทางโดยรถไฟ20 นาที ไดบุทสึไม่ใส่เท่าพระนอน แต่สูงกว่าเพราะเป็นพระนั่ง น่าจะเป็นพระที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เอาละ ผมก็ได้โอกาส ว่า ที่สิงห์บุรีนี่มีพระนั่ง สูงกว่าไดบุทสึอีกสนใจไปไหม เก็นซังตกใจอีก แล้วบอกว่าเอาๆ ไป

วัดพิกุลทอง

หลวงพ่อใหญ่ VS ไดบุทสึ

Big Sitting Budda

ผมกะเก็นซังกระโดดขึ้นปีศาจแดง ลุงอี๊ดควบมันข้ามทุ่งนาลัดเลาะไปเรื่อยๆ เก็นซังเห็นนาข้าวเมืองไทยใหญ่ๆ แล้วก็บอกว่าต่างจากนาญี่ปุ่นมากเลาะไปเลาะมา โผล่พรวดที่ วัดพิกุลทอง ด้านหลังองค์พระหลวงพ่อใหญ่ พอดิบพอดี เก็นซังลงจากรถมองซ้ายมองขวาก็ต๊กกะใจ ที่เห็นองค์พระสูงตระหง่านอยู่ข้างๆ

พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ นี่สูงกว่าไดบุทสึจริงๆ เพราะฐานสูงมาก ถ้าวัดแค่องค์พระน่าจะไล่เลี่ยกัน แต่เสียแต้มต่อที่ว่า สร้างทีหลังเมื่อ 20-30 ปีนี้เองด้วยวิทยาการสมัยใหม่ ไม่ใช่ของโบราณเหมือนไดบุทสึ ตอนนี้หลวงพ่อใหญ่รั้งตำแหน่งพระนั่งที่สูงที่สุดในโลก

พอไปถึง ก็ชวนเก็นซังไหว้พระ นมัสการรูปหลวงพ่อแพ แล้วก็เดินดูบริเวณรอบๆ

ใต้ฐานพระเป็นห้องภาพสอนธรรมมะ มีรูปปั้นนูนต่ำนรก มนุษย์ สวรรค์ ผมชวนเก็นซังเดินวนขวา ชมตั้งแต่นรก จนถึงสวรรค์ เก็นซังบอกว่าน่ากลัวมาก ผมบรรยายไปคร่าวๆ ว่า ทำผิดตกนรก อยู่เมืองมนุษย์ถ้าทำตัวดี ทำบุญทำทาน จะได้ขึ้นสวรรค์ เป็นอุบายที่ใช้สอนให้คน กลัวความชั่ว ทำความดี

เก็นซังก็บอกว่าญี่ปุ่นมีของอย่างนี้เหมือนกัน แต่ไม่น่ากลัวและแจกแจงความผิดละเอียดเท่านี้ ตอนเด็กๆผู้ใหญ่สอนเขาว่า อย่าพูดโกหก ไม่งั้นถูกดึงลิ้น และนรกญี่ปุ่นมีกระทะทองแดงด้วย คล้ายกะของไทย

จากั้นผมก็พาวนขึ้นไปถึงองค์พระ เก็นซังบอกว่าวิวสวยแต่ร้อนมาก ผมเลยรีบพาลงกลัวแกจะเป็นไข้แดด จากนั้นพาชมรอบๆ วัดแล้วกลับมาบ้าน

มาถึงบ้าน นั่งจิบชาจีน คุยกับพ่อแม่ผมสักพัก เก็นซังบอกว่า เขาเป็นนักวิจัยอยู่บริษัทผลิตเหล็กกล้า ยังไม่แต่งงาน ชอบท่องเที่ยว ไปมาหลายประเทศ มาเมืองไทยแล้วหลายครั้ง เขาชอบเมืองไทยมากเพราะอากาศกำลังดีไม่หนาวไม่ร้อน อาหารไทยอร่อย มีหลายแบบ และถูกมาก เขาวางแผนว่า พอเกษียณแล้วจะมาอยู่เมืองไทย

แม่ผมมอบโถเบญจรงค์ให้ใบหนึ่ง งัดออกมาจากคอลเลคชั่นส่วนตัวของแม่เลยละแถมอบรมว่า อย่าเที่ยวมาก เก็บตังไว้บ้าง พ่อผมเดาะภาษาญี่ปุ่น พูด "ซาโยนาระ" กะเก็นซังด้วย

ผมว่า อยากจะพาไปดู Legend of BANG-RA-JAN Hero Park (อุทยานค่ายบางระจัน) แต่เวลาไม่อำนวย ไปชั่วโมงมาชั่วโมง และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวยังทำไม่เสร็จ ดังนั้นไว้รอบหน้าเถอะ

16.00 พาเก็นซังไปที่สถานีขนส่ง แล้วถีบขึ้นรถด่วน กรุงเทพ- สิงห์บุรี กลัวแกจะไม่ทันเครื่องบิน แทบไม่ได้ล่ำลากันเลย เก็นซังบอกว่า อร่อยมาก สนุกมาก เสียดายมีเวลาน้อยไป คราวหน้าเขาจะชวนเพื่อนชาวญี่ปุ่นมาด้วย


edit @ 2006/12/30 15:10:28
edit @ 2006/12/30 15:30:13
edit @ 2006/12/30 16:23:24