JPII

ชินจูกุ : ทำงาน กิน ดื่ม เที่ยว ชอปปิ้ง

ถ้าถามว่า ชินจูกุ คืออะไร
เมื่อเทียบโตเกียวกับ กทมๆ ชินจูกุก็คล้ายกับสีลม  กล่าวคือ เป็นแหล่งออฟฟิต  ย่านคนทำงาน ตึกระฟ้าจำนวนมากอยู่แออัดกันที่นี่ ที่นี่เป็นที่ที่มีความหนาแน่นขอประชากรมากที่สุดในญี่ปุ่น


ตึกอาคารสำนักงานจำนวนมากอยู่ในละแวกเดียวกัน คนทำงานหรือซารารีแมนจำนวนมากเดินทางเข้าออกทุกวัน  บริษัทห้างร้านขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ล้วนตั้งอยู่ในตึกบริเวณนี้ เป็นย่าเศรษฐกิจที่สำคัญมากของกรุงโตเกียว
บริเวณนั้น จะเรียกว่าย่าน Skyscraper Building หรือ ย่านตึกระฟ้า นั่นเอง เนื่องจากมีตึกสูงๆ อยู่มากมาย รวมทั้งตึกที่ว่าการโตเกียว ที่เป็นตึกแฝดด้วย (น่าจะเห็นในหนังหลายๆ เรื่อง ก็อตซิลล่าก็เคยพังตึกนี้)

จากฮาราจูกุ เดินกลับสถานี แล้วขึ้นยามาโนเทะไลน์สายเดิม ตั๋ว 720 เยนยังคงใช้งานได้  แปปเดียวก็ถึงชินจูกุ

สถานีชินจูกุเป็นสถานีที่สับสนวุ่นวายที่สุดในญี่ปุ่น  มีรถไฟหลายสิบสายวิ่งเข้าออกทุกวัน ทั้งใต้ดินและบนดิน อีกทั้งเป็นชุมทางของรถไฟหลายบริษัท ทั้ง JR  ,Odakyu , Toei และอีกหลายสาย

 

คนทำงานในญี่ปุ่นเข้าทำงานแต่เช้า และเลิกเย็น บางทีก็ค่ำ บางที่ทำเจ็ดโมงเลิกสองทุ่ม วันละ 12 ชม  เป็นสาเหตุหนึ่งของความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น

ชาวตะวันตกมองว่า Salary Man is Real Japanese Hero. ก็นับว่ามีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย 

เมื่อเลิกงานแล้ว ชาวญี่ปุ่นจะนิยมไปดื่มกิน หรือเที่ยวกันต่อ

แล้วซารารีแมนพวกนี้กิน-เที่ยวกันที่ไหนละ
ก็ไม่ยากครับ  บริเวณรอบๆ สถานีชินจูกุนี้เอง เต็มไปด้วยแผงอาหารขนาดเล็ก ที่จำหน่ายเหล้าเบียร์ด้วย มีทั้งของอิ่มท้องอย่าง อุด้ง โซบะ ราเม็ง ไปถึงของย่าง โทริยากิ  สเต็กเนื้อ หรือร้านโอเด้งก็ยังมี

มีราคาแต่เป็นเลขจีนซะนี่


แผงพวกนี้ดูว่าขนาดเล็กๆ แต่ราคาสินค้าไม่ถูกตามขนาดแผงเลย โดยเฉพาะพวกของย่างนั้น ราคาค่อนข้างจะน่ากลัว
ดื่มกินเสร็จแล้ว ถ้าใครอยากไปเที่ยว บริเวณใกล้กันนั้นมีย่านกลางคืนที่เรียกได้ว่าสุดยอดมากย่านหนึ่ง  ชื่อว่า คาบูกิโจ  ที่มีคลับ บาร์ เลาจน์ละแหล่งเที่ยวจำนวนมากมาย เป็นที่หย่อนใจของคนทำงาน
ย่านนี้ผมไม่ได้ไปเนื่องจากเวลาไม่อำนวย จึงไม่มีภาพมาให้ชมกัน

รอบๆ สถานีชินจูกุ มีห้างสรรพสินค้ามากมาย ห้างที่ใหญ่คือ Odakyu และอีกหลายๆ ห้าง

จุดที่คนไทยชอบไปเสียตังกันมากคือร้าน Big Camera ที่เห็นได้ชัดเจนเมื่อออกจากสถานีรถไฟ

Tip : คนไทยจำนวนมากมักจะเสียเวลาอันมีค่าไปที่ร้านกล้อง ก่อนไป เลือกยี่ห้องกล้องไปก่อน แล้วทำราคาจากเมืองไทยไปด้วย ถ้าราคาต่างกันไม่มาก อย่าซื้อ  กล้องที่มีเมนูภาษาอังกฤษ จะมีราคาพอๆ กับที่ไทย ต่างกันไม่ถึง 10% ถ้าเป็นกล้องเมนูญี่ปุ่น จะต่างกัน 30% เมมโมรี่การ์ด ค่อนข้างจะแพงโดยเฉพาะ SD แพงกว่าเมืองไทย

พริตตี้ของร้านกล้องนี้เด็ดดวงมาก น่ารัก ชุดสวย เสียงเพราะ พูดตลอดเวลา ที่สำคัญที่สุดคือพูดภาษาอังกฤษได้ดี อธิบายสรรพคุณกล้องได้ด้วย

ห้าง Keio หนึ่งในเจ้าของสัมปทานรถไฟ

ถ้วยชา การชงชาเป็นศิลปแขนงหนึ่งของชาวญี่ปุ่น คนที่มีอายุหน่อยจะนิยมเรียนกัน

ถ้วยชาบางใบมีราคาแพงสุดๆ

ร้านหนังสือผู้ใหญ่จ้า  ข้างในน่ากัวมาก ไม่กล้าเอาลงกลัวโดนปิดบล็อค

น้องสาวคนนี้ใส่ชุดมาสคอต ขายพิกาจูให้คุณพ่อซื้อให้คุณลูก

ร้านอาหารมีมากมายสารพัดราคา

ชาวญี่ปุ่น ทำงานหนัก กินดื่มและเที่ยวอย่างเต็มที่  และกลับมาทำงานหนักอีกในวันรุ่งขึ้นครับ

ที่นี่ก็มีที่สูบบุหรีด้วย

โครงการรณรค์ทำความสะอาดชินจูกุ  ทำไมเป็นช้างก็ไม่รู้

 

ในสถานีชินจูกุ มีร้านอาหารมากมาย เป้นร้านราคาปานกลาง ไม่หรูหรา เหมาะกับคนทำงานกินทุกๆ วัน

ฟารเฟ่ต์จ้า 750 เยน

เกาลัดน่อ กับของแห้ง

เค้กจ้าเค้ก  ชิ้นละ 1950 เยน

ร้านนี้มีโปรโมชั่นคริสตมาสอยู่ น่ากินชะมัด

อาหารเย็นวันนี้ คิอโซบะเย็น โรยแป็ง ในร้านโซบะยืนกิน ที่สถานีชินจูกุ 450 เยนจ้า คนอื่นกินอุด้งแกงกะหรี่ กับคิตสึเนะอุด้ง 

 

 

=========================================

 

ต่อไปเป็นภารกิจที่เรามาทำกันที่ชินจูกุ ก็คือ การมาซื้อตั๋ว OneDay Trip ไปเที่ยวฮาโกเนะ

ฮาโกเนะ เป็นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่ชาวญี่ปุ่นชอบไปกันมาก  อยู่ห่างโตเกียวไม่ถึง100 กม  จุดเด่นคอสามารถมองเห็นฟูจิซํง หรือภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจน ในวันที่อากาศดี  การไปเที่ยวต้องนั่งรถไฟไป แล้วต้องไปเสียค่ารถในละแวกนั้นด้วย พวกผมเลือกซื้อแพคเกจหนึ่งวัน จะฟรีค่าพาหนะทั้งหมด และค่าตั๋วในการเข้าชมสถาณที่ต่างๆ ในฮาโกเนะ

ค่าตั๋ว Hakone Pass 4000 เยน

ซื้อที่เคานท์เตอร์ขอบริษัท Odakyu เป็บบริษัทที่ได้สัมปทานรถไฟในโซนด้านตะวันตกขอโตเกียว และสายที่ผ่านฮาโกเนะ (ในโตเกียวนั้นมีบริษัทรถไฟหลายเจ้าประมูลสัมปทาน บริษัทที่ทำรถไฟวิ่งกลางเมืองคือ JR ส่วนบริษัทอื่นๆ เช่น Odakyu Toei นั้นก็ทำรอบๆ เมืองและจังหวัดใกล้เคียง)

ตั๋ว Hakone Pass จะอำนวยความสะดวกได้มากเพราะไปไหนก็ยื่นตั๋วอย่างเดียว ไม่ต้องตีใหม่  ราคารวมก็คุ้มกว่าซื้อแยกกันด้วย

เคานท์เตอร์ของ Odakyu นี้บริการดีมาก พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ดี อธิบายคล่องแคล่ว และยังเป็นสาวแว่นที่น่ารักด้วย

จากนั้น เราก็ขึ้น Seyu Line จากชินจูกุ ตัดตรงไปผ่านอากิฮะบะระ แล้วไปลงอาซาคุสะบาชิ กลับที่พัก

สรุปว่า วันนี้เดินทางตามนี้ครับ

อาซาคุสะบาชิ-อากิฮะบะระ-วังจักรพรรดิ-ชิบูยะ-ฮาระจูกุ-ชินจูกุ-อากิฮะบะระ - อาซาคุสะบาชิ

ครับ  ตั๋วรถไฟ JR 720 เยนใช้คุ้มมาก ประหยัดเวลาดีด้วย ไม่ต้องมานั่งดูว่าจะลงไหน

 

เอาละครับ พรุ่งนี้ เราจะไป Hakone กัน 

 

 

edit @ 6 Dec 2007 14:16:13 by ต๊ะคุง (Blog:23 day in Japan)

ฮาราจูกุ แหล่งแฟชั่นหลุดโลก

คำว่า หลุดโลก นี้ ไม่ได้หมายความถึงเวปหลุดโลก ดอท