ชิบูยะ  แหล่งช็อปปิ้งของวัยรุ่น 

เมื่อเปรียบเทียบโตเกียว กับกทม.ชิบูยะ น่าจะเทียบได้กับสยามเซ็นเตอร์ 

 คือเป็นที่ที่วัยรุ่นจำนวนมากมายมาเดินช็อปปิ้งกัน  เป็นที่ขายสินค้าสารพัดสารเพ อาหารการกินมากมาย ในราคาที่พอจะรับไหว

   

ชิบูยะเป็นแหล่งสินค้าราคาปานกลางถึงสูง เต็มไปด้วยร้านเล็กร้านน้อยสลับกับห้างใหญ่ๆ ประปราย เป็นแหล่งชอปปิ้งในฝันของหลายๆคน เดินดูเดินชมเพลินตานัก

อย่างผมที่เป็นนักท่องเที่ยว ไม่ค่อยจะเน้นช็อปปิ้งมากนัก เสื้อผ้าก็ไม่ซื้อ เครื่องประดับยิ่งแล้วใหญ่  จึงมาที่นี่เพื่อจะดูให้เห็นกับตาตัวเองว่า ย่านวัยรุ่นของญี่ปุ่นมันเป็นเช่นไร 

ดูในทีวีมาเยอะแล้ว ไอ้ห้าแยกที่มีทีวีอยู่บนตึกน่ะ มันเป็นยังไงกันแน่  

จากวังจักรพรรดิ กลับสถาณีโตเกียว ยื่นตั๋ววัน 720 เยน ผ่านได้ตลอด  นั่งสายสีเขียว ยามาโนเทะไลน์ อ้อมเป็นวงมาชิบูยะ 

 

ยามาโนเทะไลน์จะต่างจากสายอื่น ตรงที่มีที่นั่งน้อยมาก   

เป็นสายที่ขึ้นง่าย ออกทุกนาที และไม่ว่าจะขึ้นขบวนไหนก็วิ่งเส้นเดียวกันหมด หลับตาขึ้นยังไม่ผิดเลย 

 เอาละ มาถึงแล้ว  นี่คือชิบูยะ แต่ยังไม่ถึงจุดที่โด่งดัง

 

มาถึงก็หาของกินก่อนเลย เติมพลัง นี่เป็นร้านอาหารกลางวันแบบชุด ชุดทงคัทสึ ชุดละ 500 เยน  ถ้าจะเอาซุปด้วยก็ 560 เยน  

 อิ่มแล้วก็ไปต่อกัน โลโก้ของชิบูยะมีสามอย่าง

1 ตู้รถไฟสีเขียว

2.ทีวียักษ์บนตึก

3.รูปปั้นหมาฮะจิ 

ออกจากสถานี ตรงทางออกชิบูยะ  เลี้ยวขวา เดินเลียบสถานีมาเรื่อยๆ  สักพักจะเจอไอ้นี่ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรแต่เท่ดีเหลือเกิน  

เดินมาถึงห้าแยกแล้ว  บนตึกมีทีวีจริงๆ ด้วย  

ผมเคยสงสัยว่า ทีวีพวกนี้ เปิดให้ใครดูหวา  พอบรรลุถึงแล้วก็เข้าใจ เพราะว่า ตรงทางออกสถาณีนั้น เป็นจุดนัดพบขนาดใหญ่  ใหญ่มาก พอๆ กะสนามฟุตบอลสักครึ่งสนาม  และมีของโชว์ต่างๆ ทีติดตั้งถาวรอยู่มากมาย 

นัยว่าเป็นจุดนัดพบโดยแท้ เช่น นัดว่า ว่าไปเจอกันที่ตู้รถไฟนะ หรือ ไม่เจอกันที่ฮะจินะ เป็นต้น  

ระหว่างที่รอนั่นเอง ก็ดูทีวีไปพลางๆ ทำให้รอได้สบายอารมณ์ยิ่งขึ้น นับว่าเป็นจุดนัดพบในอุดมคติจริงๆ นะ 

 

ออกมาก็เจอตู้รถไฟเก่าสีเขียวสด ตอนนี้เป็นทีจัดนิทรรศการหมุนเวียน  

จากนั้นก็เป็นภาพนูนต่ำรูปเจ้าฮะจิ  อืม แล้วตัวมันอยู่ไหนหวา  

เจอรูปเด็กเล่นกัน  แต่ยังไม่ใช่ฮะจิ  

เอ้า เจอแย้ว นี่คือเจ้าฮะจิ  เจอแล้วก็ถ่ายรูป แล้วก็บ๊ายบายมัน แกหมดหน้าที่แล้ว

 ================================================== 

ฮะจิหรือฮะจิโกะ (ตัวเมีย) เป็นสุนัขที่ซื้อสัตย์ต่อเจ้าของมาก จะมารับนายของมันที่สถานีนี้ทุกวันแล้วกลับบ้านด้วยกัน

อยู่มาวันหนึ่ง นายของมันจากไปโดยไม่กลับ แต่ฮะจิยังคงไปรอนายที่สถานีทุกวัน  นายสถานีเลี้ยงดูไว้และจะนำกลับบ้าน แต่ฮะจิก็ไม่ยอม มันรอนายของมันอยู่ที่นี่

และเมื่อได้ยินเสียงรถไฟ มันจะวิ่งไปดูว่านายของมันกลับมาหรอยัง เป็นเช่นนี้ไปกว่า 10 ปี

จนฤดูหนาวปีหนึ่ง มีผู้พบฮะจินอนตายอยู่หน้าสถานี เรื่องของ ฮะจิ สุนัขยอดกตัญญู ก็จบลงเพียงเท่านี้

โก๊ง โก๊ง  (เสียงตีกรับ)

==================================================     

รอบๆ รูปปั้นฮะจิ มีวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นมานัดพบกันมากมาย นับว่า ฮะจิ มีพลังในการรอที่แข็งแกร่งมาก

 

ตรงนี้มีจุดสูบบุหรี่ด้วย ใครจะสูบสูบตรงนี้ ทิ้งตรงนี้ พ้นจากเขตนี้แล้วห้าม 

 

มีป้อมตำรวจอยู่ตรงจุดนัดพบเลย ปลอดภัยสุดๆ   

 

เอาละ ต่อไปเป็นวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการมาที่นี่   คือการวิจัยลักษณะทางกายภาพและการแต่งกายของวัยรุ่นญี่ปุ่น เว้าซื่อๆ ก็มาดูสาวน่ะแหละ  ชิบูยะนี้วัยรุ่นหญิงจะเดินมากกว่าชาย

   

ห้าแยกนี้มีการจราจรคับคั่ง  พอไฟแดงปุป รถทั้งห้าแยกจะหยุดพร้อมๆ กัน แล้วคนจำนวนมหาศาลจะเดินข้ามถนน ดูแล้วตื่นตาตื่นใจไม่น้อย 

 แผนที่ชิบูยะนี่หมือนนิ้วมือ  ถ้านึกภาพไม่ออก ให้กางมือขวาออก  แต่ละนิ้วคือถนนแต่ละเส้น  ตรงสันหมัดคือถนนที่เชื่อมทุกเส้นด้วยกัน  เจ้าฮะจิอยู่บนหลังมือ  ข้อมือคือสถาณีรถไฟ  JR เอาละ ผมจะเดินไปทางนิ้วกลางนี่แหละ

พอมาที่หัวถนนปุป เจอกองถ่าย มีพิธีกรสาวน่ารักมากกำลังถ่ายทำรายการอยู่  เข้าใจว่าเป็นรายการวัยรุ่น ที่มาสัมภาษณ์คนเดินแถวนี้  


  

มีการร้องขายสินค้าตลอดทาง ร้านนี้กำลังโปรโมชั่นลด 20 % ทั้งร้าน   

น้องสาวคนนี้เป็นพริตตี้ขายโทรศัพท์ครับ เอาป้ายบังหน้าไว้ตลอดทั้งๆ ที่น่ารักมาก   

ร้านราเม็ง ราคาไม่แพง  เจ้าของร้านออกมาตะโกนเรียกลูกค้าเช่นกัน  

รองเท้าบูทส้นสูงเป็นของฮิตในช่วงนี้ของปี

  

ร้านเกมอาร์เคดจ้า

  

ร้านสลอตแมชชีน มีพริตตี้ด้วยนะ และกำลังมีโปรโมชั่นตู้แบบไหม่   

นี่เป็นร้านที่สาวๆ ชอบเข้ากันนัก มันคือร้านถ่ายรูปแต่งตัว จะคล้ายตู้สติกเกอร์ที่ถ่ายทั้งตัวหรือครึ่งตัว และสามารถตกแต่งสีผม เสื้อผ้า สีตา ผิว และเครื่องประดับต่างๆ ได้ดังใจนึก มันคือร้านถ่ายรูปที่สามารถตกแต่งรูปด้วยตัวเองได้นั่นเอง

สาวญี่ปุ่นใช้ในการถ่ายรูปตัวเอสวยๆ หรือไม่ก็ใช้ทดลอง เช่นถ้าไปทำผมทองแล้วหน้าตาจะเป็นยังไง

  

 นักเรียนสาวมาชอปปิ้งจ้า

  

ร้านนี้ขายตั๋วขายทุกอย่างทั้ตั๋วซินคังเซ็น จองที่ร้านอาหารตั๋วจองสินค้า  ยันตั๋วเบสบอล     

ร้านนี้มีจอทีวี เปิดมิงสิควีดีโอเพลงลูกทุ่งญี่ปุ่น ในภาพพระเอกกำลังร้องอยู่กลางทุ่งข้าว  

สาวๆ ญี่ปุ่นแต่งตัวน่ารัก

 

หนังเข้าโรงตอนนี้  "อะโฟร ซามูไร" โดยซามูเอล เอล แจคสัน เป็นยังไงก็ไม่รู้ อยากดูแฮะ  

ร้านเครปจ้า เข้าไปใกล้ไม่ได้เพราะสาวเยอะเหลือเกิน  

ไอ้นี่คงรู้จักกันดี  มันคือมอสเบอร์เกอร์  พบได้ทั่วไปในย่านชอปปิ้ง  

ร้านขายสูท คู่กับร้านชุดแต่งงาน  

วันที่ไปเป็นช่วงวันวัฒณธรรมญี่ปุ่น เลยมีโอกาสเทียวงานวัดอีกรอบนึง เออ เอาก็เอาตอนแรกว่าจะขึ้นไปดูบนห้องส่งของสถานี NHK แต่เวลาไม่ให้แล้ว   

ชื่องานคือ ชิบูเฟส  ครั้งที่ 30 จ้า  จัดอยู่ปลายทาง ตรงประมาณปลายนิ้วกลางน่ะ  

ของกินก็คล้ายๆ วัดอาซาคุสะ  ที่น่าสนใจคือเจ้านี่ครับ  "ทอร์เนโด โพเตโต้" เป็นมันฝรั่งเอามาฝานๆ เป็นเกลียวเหมือนพายุ แล้วทอดกรอบ รสชาติเหมือนมันฝรั่งแผ่นทอด กัดกินสนุกดีแท้ 300 เยนเท่านั้น  

โอโคโนมิยากิเป็นของมาตรฐานของงานวัด  

สุดถนน หลังงานวัดไป เป็นศูนย์กีฬา สนามฟีฬา ยิม และฟิตเนสอยู่เป็นกลุ่ม  

มัซเซิล เธียเตอร์  (โรงละครกล้ามเนื้อ) เป็นยิมเพาะกายน่ะ   

สนามกีฬ